วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ยุนายกฯดึง ปปช.-ดีเอสไอ-สตง. ปราบโกงพันธุ์ใหม่

พท.เย้ย สอบทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ยุนายกฯ เจ้าของกฎเหล็ก 9 ข้อ ดึง"ดีเอสไอ-ป.ป.ช.-สตง." ร่วมปราบโกงพันธุ์ใหม่ "การุณ" ระบุโจรยุคใหม่ ใส่สูทไม่มีอะไรฆ่าได้
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่รัฐสภา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร (กทม.) และประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานสำนักงานปราบโกงพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงการทุจริตโครงการของรัฐบาล โดยนายวิชาญกล่าวถึงการแถลงผลตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการ แพทย์และการทุจริตงานก่อสร้างตามโครงการเงินกู้ไทยเข้มแข็งของกระทรวง สาธารณสุข ว่า เป็นไปตามความคาดหมายของพรรคที่เชื่อตั้งแต่ต้นว่าการตรวจสอบจะออกมา คล้ายคลึงกับโครงการอื่นๆ เหมือนกับการใช้ผงซักฟอกสูตรสำเร็จ ฟอกขาวโครงการต่างๆของรัฐบาล เป็นการตั้งคณะกรรมการผงซักฟอกขึ้นมาโดยไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา คล้ายกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ที่มีเพียงปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้นที่ติดร่างแห ส่วนปลาตัวใหญ่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ พรรคเพื่อไทยมีข้อมูลรวมทั้งรายชื่อบุคคลที่ทุจริตอยู่ในมือระดับ หนึ่งแต่ยังไม่อยากปรักปรำ จะรอดูผลการสอบสวนก่อนว่าจะเป็นการสืบหาข้อเท็จจริงหรือแค่การฟอกขาว เท่านั้น นายวิชาญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่ามีหลายอย่างที่พัวพันกับบุคคลภายนอก และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จึงอยากให้รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็น นายกรัฐมนตรี และประกาศมาตรฐานตัวเองไว้สูงด้วยกฎเหล็ก 9 ข้อ ให้เข้ามาตรวจสอบการทุจริตอย่างรอบด้านด้วยการให้หน่วยงานภายนอกเช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ เพราะขณะนี้มันคือโรคร้ายที่ชื่อว่าเชื้อทุจริตสายพันธุ์ใหม่ไทยเข้มแข็ง "โครงการไทยเข้มแข็งส่อทุจริตแทบทุกกระทรวง โดยเฉพาะขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ประชาชนเห็นแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้บกพร่องและทุจริตอย่างไร ต้องโทษนักการเมืองที่เข้ามาก้าวก่าย ชี้นำ แทรกแซง แต่อยากให้กำลังใจข้าราชการให้ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อย่าลาออก อยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อทำความจริงให้กระจ่าง"นายวิชาญกล่าว“อนุ ดิษฐ์” ชัดรมว.เกษตรฯแก้ต่างข้าวปลอมปนสุดชุ่ย โยนความผิดให้ชาวนา แฉ เงื่อนงำเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งมอบครบจำนวนหน้าตาเฉยทั้งๆที่ในสต๊อกถูกน้ำ ท่วม ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวกรณี นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงยืนยันว่าไม่พบการปลอมปนในโครงการปลูกข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษที่จ. ยโสธร รวมทั้งระบุว่าพันธุ์ข้าวที่พบในแปลงนาตามที่เป็นข่าวนั้นอาจมาจากข้าวเรื้อ ของนาปลังและเครื่องเกี่ยวนวดว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ออกมาจากกรมการข้าวนั้นไม่มีการ ปลอมปน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและน่าสงสัยคือ การเติบโตที่ไม่พร้อมกัน การที่รัฐบาลออกมากล่าวเช่นนี้น่าสงสัยว่ากำลังปกป้องใครอยู่หรือไม่ รัฐบาลพยายามโยนปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นของเกษตรกร การแถลงของรัฐบาลเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกชาวนาอย่างมาก น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า อยากถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เห็นชาวนาโง่หรืออย่างไร เพราะถ้าเป็นไปตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจง ทำไมข้าวที่ปลอมปนอยู่จึงขึ้นอยู่ในกอต้นข้าวที่ชาวนาปักดำไว้ เพราะข้อเท็จจริงหากเป็นข้าวที่โตมาจากข้าวเรื้อก็ควรที่จะขึ้นกันอย่าง กระจัดกระจายในแปลงนามากกว่าที่จะขึ้นอยู่ในกอข้าว ประเด็นที่น่าสนใจคือ การแจกพันธุ์ข้าวที่จ.ยโสธรนั้น ส่วนหนึ่งมาจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จ.ร้อยเอ็ด ที่ได้จัดส่งให้กับโครงการเป็นจำนวน 24,000 กระสอบ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้ ลูกค้าจำนวนมากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้สั่งพันธุ์ข้าวจากสหกรณ์เพื่อการตลาดหรือสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า (สกต.) และ สกต.ก็สั่งซิ้ออีกต่อหนึ่งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจ.ร้อยเอ็ดจำนวน 10,000 กระสอบ แต่ปรากฎว่าศูนย์ดังกล่าวส่งมอบให้สกต.ได้เพียงแค่ 2,000 กระสอบ เนื่องจากในปี 2551 จ.ร้อยเอ็ดถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม จึงน่าสังเกตและน่าสงสัยเป็นอย่างมากว่า ศูนย์ดังกล่าวส่งมอบพันธุ์ข้าวให้กับโครงการเป็นจำนวนมากได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายธีระคงบริสุทธิ์ใจแต่อยากให้เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังกว่านี้ หรือลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ไม่ใช่เอาแต่คอยนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างฟังรายงาน สุดท้ายก็โยนภาระความรับผิดชอบให้กับชาวนา พรรคเพื่อไทยเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นและขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เป็นก ลางเข้ามาร่วมตรวจสอบ โดยภายในสัปดาห์นี้คณะทำงานจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการเกษตร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามการทุจริตในโครงการนี้ต่อไปขณะที่นายการุณกล่าวว่า ความผิดปกติในการปลอมปนต้นข้าวลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นอีกในหลายอำเภอของ จ.ยโสธร กินเนื้อที่ราว 2-3 แสนไร่ ทำลายอย่างไรก็ไม่หมด อีกทั้งมารดาของตนก็เป็นชาวยโสธร มีอาชีพปลูกข้าวมายาวนานเกือบทั้งชีวิต เจอภัยพิบัติต่างๆนานาทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง ก็ยังสามารถผ่านมาได้หมด แต่ขณะนี้ต้องมาเจอกับศัตรูพืชใส่สูทที่ไม่มีอะไรฆ่าได้ แม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงอยากให้สื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่กับคณะทำงานของพรรคและนำขั้อเท็จ จริงมาตีแผ่ต่อไป นอกจากนี้อยากทราบด้วยว่านายกรัฐมนตรีจะมีมาตรฐานต่อปัญหาเรื่องข้าวปลอมปน นี้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น