"ชวน หลีกภัย " โต้เสื้อแดง ยืนยัน ไม่เคยคืนยศให้ จอมพลถนอม กิติขจร ซัดกลับไม่รู้เอาข้อมูลมาจากไหน ย้อน หากรู้ข้อเท็จจริง ควรถามที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ...
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ตอบโต้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษก กลุ่ม นปช.กรณี กล่าวหาเคยคืนยศให้ จอมพลถนอม กิติขจร โดยยืนยัน สมัยที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่เคยมีการคืนยศให้กับ จอมพลถนอม ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด มีแต่เพียงเสนอให้เป็นนายทหารพิเศษประจำกรม ซึ่งเป็นตำแหน่งของกองทัพ ไม่ใช่เป็นการถอดยศหรือคืนยศ ตามที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้าง ซึ่งตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ฝ่ายที่มีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาเอาข้อมูลเรื่องนี้ มาจากไหน และที่ออกมาพูดนั้นหมายถึงอะไร พร้อมย้อนอยากรู้ข้อเท็จจริง น่าจะไปสอบถามจาก พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ซึ่งในสมัยนั้น ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก น่าจะรู้ข้อมูลได้ดีที่สุด
ส่วนการที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เตรียมเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเดินทางไปประเทศ มาเลเซีย และ พม่า นั้น นายชวน ปฎิเสธที่จะแสดงความเห็น โดยกล่าวว่า ตนเองไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงในการเดินทางของ พล.อ.ชวลิต ในครั้งนี้ จึงไม่อยากจะวิพากวิจารณ์อะไร
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552
'แซมมี่' เซ็กซี่ข่ม 'พี่จุ๋ย' แต่งเจ้าสาววิวาห์ 'ออย-นิว'
อวสานกันเสียทีสำหรับละคร "นางกรี๊ด" ทางช่อง 7 ด้วยฉากหวานของพระนางถึง 2 คู่ งานนี้ทั้ง ออย-ธนา, จุ๋ย-วรัทยา, วิน-ธาวิน และ แซมมี่-ปัณฑิตา เลยเล่นอย่างมีความสุข โดยฉากนี้ยกกองไปถ่ายทำกันที่สวนเบญจกิตติ ข้างศูนย์สิริกิติ์ ซึ่งบรรยากาศสวยงามน่าจัดงานวิวาห์ มากๆ ด้าน 2 คู่พระนางพอแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันเสร็จก็เห่อ เอ่ยขอให้ทีมงานช่วยถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันใหญ่ โดยเฉพาะ 2 สาว จุ๋ย กับ แซมมี่ ห่วงสวยกันเป็นพิเศษ ไปขอยืมแผ่นรีเฟล็กซ์สะท้อนแสงแดดมาผลัดกันช่วยถือส่องให้กัน ช่วยให้ดูขาวขึ้นเยอะเลย ยิ่ง แซมมี่ ชอบอกชอบใจชุดเจ้าสาวของตัวเองมาก เพราะทั้งโชว์แผ่นหลังเนียนแล้ว ด้านหน้ายังผ่าลึกเซ็กซี่มากๆ เล่นเอาเจ้าบ่าว วิน แอบกลืนน้ำลายเอื๊อกๆตอนถ่ายภาพคู่ทีเดียว...ตามชมฉากนี้ได้ในวันศุกร์นี้.
ดีแทคเปิดบ้านรับกลุ่มทีซีซีให้ข้อมูลโซลูชั่น
ต้อนรับกลุ่มทีซีซี หรือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น พร้อมให้ข้อมูลโซลูชั่นธุรกิจ 4 สาย ประกอบด้วย สายเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรม การค้า สินค้าอุปโภคบริโภคและบริการด้านการเงิน...ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรวัฒน์ วงศ์สง่า ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มพัฒนาธุรกิจองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ต้อนรับทีมผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มทีซีซี หรือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น ที่เป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญขนาดใหญ่ 4 สาย ประกอบด้วย สายธุรกิจเครื่องดื่ม สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สายธุรกิจอุตสาหกรรม การค้า สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมการเกษตร และสายธุรกิจบริการด้านการเงิน โดยมี นางพจนีย์ กลิ่นสุคนธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริการกลาง นางบุญสนอง กุลวิชิต ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศ นางแววมณี โสภณพินิจ ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นางสาวทัศนียา เอกนาวากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรการ และฝ่ายบุคคล บริษัท ทีซีซี เทคโนโลยี จำกัด นายพงศ์เกษม บุรินทรามาตย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักบริการกลาง บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด และนายวิวัฒน์ พรพิมล จากสำนักซีอีโอ กลุ่มทีซีซีแลนด์ ร่วมกับผู้บริหารท่านอื่นๆ ในโอกาสเป็นตัวแทนเข้าเยี่ยมชมบ้านใหม่ดีแทค ที่อาคารจัตุรัส จามจุรี เมื่อเร็วๆ นี้ รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ดีแทคยังนำเสนอข้อมูลโซลูชั่นทางธุรกิจสำหรับลูกค้าองค์กรสำหรับกลุ่มทีซีซี อาทิ 1.dtac Corporate SMS หนึ่งในเครื่องมือสื่อสารสำคัญในปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบเพื่อการตลาด และการสื่อสารภายในองค์กร ด้วยข้อความข่าวสารขององค์กรสามารถส่งถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ด้วยต้นทุนที่ต่ำ และมีประสิทธิภาพกว่าสื่ออื่นๆ ที่เคยมีมา 2.dtac PushMail บริการที่จะทำให้กลุ่มลูกค้าองค์กรไม่พลาดในการรับ–ส่งอีเมลจากทุกที่ผ่านโทรศัพท์มือถือ และจัดการตารางนัดหมาย หรือแก้ไขเอกสารแนบได้ทันที และยังแนะนำ พร้อมบริการอื่นๆ สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรแก่กลุ่มทีซีซี อีกมากมาย
ป้ายกำกับ:
ดีแทคเปิดบ้านรับกลุ่มทีซีซีให้ข้อมูลโซลูชั่น
ศาลสูงยกคำร้อง ดับฝันราเกซ ส่งตัวกลับไทย
ศาลฎีกาแคนาดา พิพากษายืน ยกคำร้อง 'ราเกซ' พ่อมดการเงิน พร้อมให้ส่งตัวกลับไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน หลังต่อสู้ยาวนาน 13 ปี ตำรวจ รอรับตัวกลับ โดยเร็วที่สุด ...
สำนักข่าวเอพี รายงานจากเมืองแวนคูเวอร์ มณฑลบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ที่ 29 ต.ค. เวลาประมาณ 21.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ว่า ในท่ีสุด คดีของ นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพพณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ “บีบีซี” ฉายา “พ่อมดการเงิน” ชาวอินเดีย ผู้หนีหมายจับของทางการไทย ในข้อหายักยอกทรัพย์ของ บีบีซี 88 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,990 ล้านบาท) ไปกบดานและต่อสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนในแคนาดาถึง 13 ปี ซึ่งนับเป็นคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนท่ียาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์แคนาดา ได้มาถึงบทลงเอย เมื่อศาลฎีกา มณฑลบริติช โคลัมเบีย มีคำพิพากษายืน ตามคำตัดสินของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และศาลอุทธรณ์แคนาดา ให้ส่งตัวเขากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกามณฑลบริติช โคลัมเบีย ได้ยกคำร้องของนายราเกซ ที่ขอให้พิจารณาคำตัดสินส่งตัวเขากลับประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนเสียใหม่ ซึ่งคำพิพากษาครั้งนี้ปูทางให้มีการส่งตัวเขากลับไทยโดยทันที และคาดว่าตำรวจไทยท่ีเดินทางไปเฝ้ารอผลการตัดสินจะนำตัวเขากลับไทยโดยเร็วท่ีสุด ซึ่งในประเทศไทย มีคดีรอนายราเกซอยู่ราว 20 คดีคำพิพากษาครั้งล่าสุดของศาลฎีกามีขึ้น หลังเมื่อเดือน พ.ค.ท่ีผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของแคนาดา มีคำสั่งให้ส่งตัวนายราเกซ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเขาได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์มณฑลบริติช โคลัมเบีย โดยอ้างว่า หากถูกส่งตัวกลับไทย จะไม่ได้รับการดำเนินคดีอย่างยุติธรรม และอาจตกอยู่ในอันตราย เพราะไทยมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตาม รมว.ยุติธรรม ให้ส่งตัวนายราเกซกลับไทย ทำให้เขาต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาดังกล่าวนายราเกซถูกทางการไทย ตั้งข้อหาเมื่อปี 2539 ในข้อหายักยอกทรัพย์ของบีบีซี ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) โดยระบุว่า การฉ้อโกงนี้มีส่วน ทำให้บีบีซีล้มละลาย เมื่อปี 2538 อีกทั้งส่งผลให้เกิดวิกฤติการเงินในเอเชีย หรือ “วิกฤติต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540 ซึ่งในขณะท่ีถูกตั้งข้อหาสร้างลูกหนี้เทียม เพื่อยักย้ายถ่ายเทเงินหลายล้านดอลลาร์จากบีบีซีนั้น นายราเกซยังมีตำแหน่งเป็นท่ีปรึกษาธนาคารกรุงเทพฯ ด้วย จากนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ออกหมายจับนายราเกซในวันที่ 5 มิ.ย .2539 ส่งผลให้เขาถูกตำรวจม้าหลวงแคนาดาจับกุมตัวท่ีเมืองวิสท์เลอร์ จากนั้น เขาถูกกักบริเวณในบ้านพัก และถูกปล่อยตัวภายใต้เงื่อนไขอันเข้มงวดสลับกันไปมาหลายครั้ง โดยระหว่างต่อสู้คดี นายราเกซอ้างตลอดเวลาว่าตนเองตกเป็น “แพะรับบาป” แทนผู้บริหารบีบีซีบางคน และถูกดำเนินคดีเพราะเจ้าหน้าที่กำกับดูแลกฎระเบียบระบบการเงินของไทยรู้สึกอับอายในคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ อายุความในคดีของนายราเกซ ท่ีเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ของไทยจะหมดอายุความในเดือน ก.ค.2553 ซึ่งถ้าถึงเวลานั้น ศาลฎีกาแคนาดา ยังไม่มีคำพิพากษาให้ส่งตัวนายราเกซ เขาก็จะพ้นผิด
ทั้งนี้ ศาลฎีกาแคนาดาไม่ชี้แจงเหตุผลใดๆ ในการพิพากษายกคำร้องคัดค้านส่งผู้ร้ายข้ามแดนของนายราเกซในครั้งนี้ ขณะท่ีนางลิส แคนติน โฆษกกระทรวงยุติธรรมแคนาดา แถลงว่า นายราเกซ จะเข้ามอบตัวหลังทราบคำตัดสิน แต่ไม่เผยรายละเอียดอื่นๆ เรื่องการส่งมอบตัว เพราะหวั่นเกรงว่าจะเกิดความเสี่ยงในการรักษาความปลอดภัย ส่วนนายปรเมศร์ อินทรชุมนุม โฆษกสำนักอัยการสูงสุดของไทย กล่าวแสดงความยินดีในคำพิพากษาของศาลฎีกาแคนาดา และเผยว่า นายราเกซ มีคดีกว่า 20 คดี รออยู่ในประเทศไทยเว็บไซต์ “theprovince.com” ของแคนาดา รายงานด้วยว่า ก่อนที่ศาลฎีกาแคนาดาจะมีคำพิพากษาไม่นานนัก นายราเกซ ซึ่งป่วยด้วยโรคลมปัจจุบัน เมื่อเดือนมี.ค. ปีท่ีแล้วจนต้องนั่งรถเข็น และแขนข้างซ้ายใช้การไม่ได้ให้สัมภาษณ์ส่ือมวลชนในแคนาดาเหมือนกับจะรู้ชะตากรรมตัวเองว่า “ถ้าผมจะต้องไป ก็ต้องไป” หลังทราบคำพิพากษา นายอามันธีป ซิงห์ ทนายของนายราเกซ ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจแคนาดาได้ส่งมอบตัวนายราเกซให้เจ้าหน้าท่ีไทยท่ีท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองแวนคูเวอร์เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสฯ ที่ 29 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมทั้ง เผยว่า นายราเกซ ยอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาแคนาดา และจะยุติการต่อสู้คดีเพื่อขออยู่ในแคนาดาต่อไป แต่พร้อมจะสู้คดีปกป้องตนเองในประเทศไทย นายซิงห์ยังแสดงความวิตกกังวลว่า ทางการไทยอาจตั้งข้อหานายราเกซเพิ่มเติม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ไทยจะให้คำมั่นกับทางแคนาดาว่านายราเกซจะถูกพิจารณาคดีในข้อหาที่เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
สำนักข่าวเอพี รายงานจากเมืองแวนคูเวอร์ มณฑลบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ที่ 29 ต.ค. เวลาประมาณ 21.30 น.ตามเวลาประเทศไทย ว่า ในท่ีสุด คดีของ นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพพณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ “บีบีซี” ฉายา “พ่อมดการเงิน” ชาวอินเดีย ผู้หนีหมายจับของทางการไทย ในข้อหายักยอกทรัพย์ของ บีบีซี 88 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,990 ล้านบาท) ไปกบดานและต่อสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนในแคนาดาถึง 13 ปี ซึ่งนับเป็นคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนท่ียาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์แคนาดา ได้มาถึงบทลงเอย เมื่อศาลฎีกา มณฑลบริติช โคลัมเบีย มีคำพิพากษายืน ตามคำตัดสินของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และศาลอุทธรณ์แคนาดา ให้ส่งตัวเขากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกามณฑลบริติช โคลัมเบีย ได้ยกคำร้องของนายราเกซ ที่ขอให้พิจารณาคำตัดสินส่งตัวเขากลับประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนเสียใหม่ ซึ่งคำพิพากษาครั้งนี้ปูทางให้มีการส่งตัวเขากลับไทยโดยทันที และคาดว่าตำรวจไทยท่ีเดินทางไปเฝ้ารอผลการตัดสินจะนำตัวเขากลับไทยโดยเร็วท่ีสุด ซึ่งในประเทศไทย มีคดีรอนายราเกซอยู่ราว 20 คดีคำพิพากษาครั้งล่าสุดของศาลฎีกามีขึ้น หลังเมื่อเดือน พ.ค.ท่ีผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของแคนาดา มีคำสั่งให้ส่งตัวนายราเกซ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเขาได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์มณฑลบริติช โคลัมเบีย โดยอ้างว่า หากถูกส่งตัวกลับไทย จะไม่ได้รับการดำเนินคดีอย่างยุติธรรม และอาจตกอยู่ในอันตราย เพราะไทยมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตาม รมว.ยุติธรรม ให้ส่งตัวนายราเกซกลับไทย ทำให้เขาต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาดังกล่าวนายราเกซถูกทางการไทย ตั้งข้อหาเมื่อปี 2539 ในข้อหายักยอกทรัพย์ของบีบีซี ซึ่งในขณะนั้นมีมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) โดยระบุว่า การฉ้อโกงนี้มีส่วน ทำให้บีบีซีล้มละลาย เมื่อปี 2538 อีกทั้งส่งผลให้เกิดวิกฤติการเงินในเอเชีย หรือ “วิกฤติต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540 ซึ่งในขณะท่ีถูกตั้งข้อหาสร้างลูกหนี้เทียม เพื่อยักย้ายถ่ายเทเงินหลายล้านดอลลาร์จากบีบีซีนั้น นายราเกซยังมีตำแหน่งเป็นท่ีปรึกษาธนาคารกรุงเทพฯ ด้วย จากนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ออกหมายจับนายราเกซในวันที่ 5 มิ.ย .2539 ส่งผลให้เขาถูกตำรวจม้าหลวงแคนาดาจับกุมตัวท่ีเมืองวิสท์เลอร์ จากนั้น เขาถูกกักบริเวณในบ้านพัก และถูกปล่อยตัวภายใต้เงื่อนไขอันเข้มงวดสลับกันไปมาหลายครั้ง โดยระหว่างต่อสู้คดี นายราเกซอ้างตลอดเวลาว่าตนเองตกเป็น “แพะรับบาป” แทนผู้บริหารบีบีซีบางคน และถูกดำเนินคดีเพราะเจ้าหน้าที่กำกับดูแลกฎระเบียบระบบการเงินของไทยรู้สึกอับอายในคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ อายุความในคดีของนายราเกซ ท่ีเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ของไทยจะหมดอายุความในเดือน ก.ค.2553 ซึ่งถ้าถึงเวลานั้น ศาลฎีกาแคนาดา ยังไม่มีคำพิพากษาให้ส่งตัวนายราเกซ เขาก็จะพ้นผิด
ทั้งนี้ ศาลฎีกาแคนาดาไม่ชี้แจงเหตุผลใดๆ ในการพิพากษายกคำร้องคัดค้านส่งผู้ร้ายข้ามแดนของนายราเกซในครั้งนี้ ขณะท่ีนางลิส แคนติน โฆษกกระทรวงยุติธรรมแคนาดา แถลงว่า นายราเกซ จะเข้ามอบตัวหลังทราบคำตัดสิน แต่ไม่เผยรายละเอียดอื่นๆ เรื่องการส่งมอบตัว เพราะหวั่นเกรงว่าจะเกิดความเสี่ยงในการรักษาความปลอดภัย ส่วนนายปรเมศร์ อินทรชุมนุม โฆษกสำนักอัยการสูงสุดของไทย กล่าวแสดงความยินดีในคำพิพากษาของศาลฎีกาแคนาดา และเผยว่า นายราเกซ มีคดีกว่า 20 คดี รออยู่ในประเทศไทยเว็บไซต์ “theprovince.com” ของแคนาดา รายงานด้วยว่า ก่อนที่ศาลฎีกาแคนาดาจะมีคำพิพากษาไม่นานนัก นายราเกซ ซึ่งป่วยด้วยโรคลมปัจจุบัน เมื่อเดือนมี.ค. ปีท่ีแล้วจนต้องนั่งรถเข็น และแขนข้างซ้ายใช้การไม่ได้ให้สัมภาษณ์ส่ือมวลชนในแคนาดาเหมือนกับจะรู้ชะตากรรมตัวเองว่า “ถ้าผมจะต้องไป ก็ต้องไป” หลังทราบคำพิพากษา นายอามันธีป ซิงห์ ทนายของนายราเกซ ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจแคนาดาได้ส่งมอบตัวนายราเกซให้เจ้าหน้าท่ีไทยท่ีท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองแวนคูเวอร์เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสฯ ที่ 29 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมทั้ง เผยว่า นายราเกซ ยอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาแคนาดา และจะยุติการต่อสู้คดีเพื่อขออยู่ในแคนาดาต่อไป แต่พร้อมจะสู้คดีปกป้องตนเองในประเทศไทย นายซิงห์ยังแสดงความวิตกกังวลว่า ทางการไทยอาจตั้งข้อหานายราเกซเพิ่มเติม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ไทยจะให้คำมั่นกับทางแคนาดาว่านายราเกซจะถูกพิจารณาคดีในข้อหาที่เกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
ป้ายกำกับ:
ศาลสูงยกคำร้อง ดับฝันราเกซ ส่งตัวกลับไทย
ทอท.ทุ่ม500ล.ซื้อรถเข็นสุวรรณภูมิ
บอร์ด ทอท. ทุ่มงบประมาณ 500 ล้านบาท ซื้อรถเข็นกระเป๋า 9,000 คัน ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเดินหน้าขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนต่อปี ...นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมบอร์ด ทอท. ว่า ที่ประชุมบอร์ด ทอท.มีมติเห็นชอบให้ ทอท.อนุมัติให้จัดจ้างบริษัท เอพี เมนเนจเม้นท์ จำกัด ให้บริการรถเข็นกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตามที่คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ งานจ้างผู้ให้บริการรถเข็นกระเป๋า พิจารณา ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้มีหนังสือเชิญบริษัทผู้ผลิตรถเข็นกระเป๋าชั้นนำ 3 อันดับแรกของโลกเข้ายื่นข้อเสนอประกอบด้วย Smart Carte, Wanzl และ Expresso ซึ่งปรากฏว่าบริษัทผู้ผลิตรถเข็นกระเป๋าในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Wanzl และ Expresso ได้มอบหมายให้บริษัทผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยเข้ายื่นเสนอราคากับ ทอท. ผลปรากฎว่าบริษัท เอพี เมนเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถเข็นกระเป๋า Wanzl ในประเทศไทย เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับ ทอท.ในงานจัดจ้างให้บริการรถเข็นกระเป๋า ที่สนามบินสุวรรณภูมิในครั้งนี้ โดย ทอท.จะดำเนินการจ้างบริษัท ให้บริการรถเข็นกระเป๋า สนามบินสุวรรณภูมิประกอบด้วยรถเข็นกระเป๋าขนาดเล็ก 2,000 คัน ขนาดกลาง 7,000 คัน และขนาดใหญ่ 34 คัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 9,034 คัน มีกำหนดเวลา 7 ปี อัตราค่าจ้างเป็นเงิน 566,244,000.- บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) กำหนดส่งมอบงานภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตามรถเข็นกระเป๋ายี่ห้อ Wanzl ที่บริษัท จะจัดส่งให้ ทอท.เป็นที่นิยมใช้กันในท่าอากาศยานชั้นนำของโลก ทำด้วยวัสดุอลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ล้อหน้ามีก้านสำหรับยึดติดกับทางลาดเลื่อน สามารถรับน้ำหนักกรณีวางกระเป๋าซ้อนกันได้ดี รวมทั้งจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุม และตรวจนับรถเข็นกระเป๋าชนิดอิเล็กทรอนิค (RFID) ที่รถเข็นกระเป๋าดังกล่าวทุกคัน เพื่อป้องกันการสูญหายของรถเข็นกระเป๋า นอกจากนี้บริษัท ยังมีหน้าที่ในการจัดการดูแลรถเข็นกระเป๋าให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสมตลอดระยะการใช้งาน และนำเอารถเข็นกระเป๋าที่ใช้งานแล้วไปจัดเก็บในพื้นที่ที่กำหนดไว้ด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อ ทอท.เพื่อเจรจากับบริษัทฯ ในการส่งมอบรถเข็นกระเป๋างวดแรกให้ ทอท.ใช้งานก่อนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 จำนวน 4,500 คัน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปี 2552 นี้ นายปิยะพันธ์ กล่าวต่อว่า บอร์ด ทอท. ยังได้มีมติเห็นชอบให้ ทอท. ดำเนินการในโครงการก่อสร้างกลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในปีงบประมาณ 2553 - 2556 วงเงินรวม 9,133.520 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารโดยรวมของ ทสภ.จาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 65 ล้านคนต่อปี ทั้งนี้ในการก่อสร้างกลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ที่เกี่ยวข้อง จะมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคนต่อปี รวมถึงปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จากเดิม รองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 33 ล้านคนต่อปี ผู้โดยสารภายในประเทศ 12 ล้านคนต่อปี เป็น รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลารวม 4 ปี (ปีงบประมาณ 2553 - 2556) แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2556 และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารภายในประเทศได้จนถึงปี พ.ศ.2562 โดยหลังจากที่บอร์ด ทอท.เห็นชอบแล้ว ทอท.จะเสนอแผนลงทุน ไปที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) เพื่อขออนุมัติ ครม.ต่อไป
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
'แดน' เล็งหา 'แม่ของลูก' แม่เริ่มบ่นอยากอุ้มหลาน
แดน-วรเวช เปิดใจอยากมีลูก เล็งหาสาวแต่งงาน เผยแม่อยากอุ้มหลานแล้ว แย้มสเปกต้องเข้าใจกัน ยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดี รับมีคุยสาวบ้างแต่ยังไม่เจอคนที่ใช่หวงแหนความโสดซะจนถูกมองเป็น "ชายใจโลเล" แต่ไม่รู้ แดน-วรเวช ดานุวงศ์ อารมณ์ไหนหวั่นไหวหรือรู้สึกเหงา ถึงเปรยกับคนในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง "32 ธันวา" ค่าย เอ็ม 39 ว่าชักจะอยากแต่งงาน อยากมีลูก ทั้งๆที่ยังไม่ได้หาแม่ของลูกนี่นะ แดนเปิดใจในงานเปิดตัวภาพยนตร์ว่า "แค่บ่นๆครับ เพราะพี่สาวกำลังจะแต่ง เลยคิดไว้เล่นๆว่าถ้าแต่งงานบ้างก็ดี ก็อยากมีคนเดินไปเที่ยวกัน ดูหนัง กินข้าวกัน คอยดูแลเราเวลาเหนื่อย" พร้อมแล้วเหรอ? "ก็เกือบพร้อมแล้วครับ ยังขาดความสนุกในชีวิตอีกนิดหน่อย แต่เรื่องงานและครอบครัวรวมถึงความคิดเราก็นิ่งขึ้นเยอะ ก็น่าจะพร้อม" ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นยังไง? "ต้องเข้าใจกัน ยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดี" แดนเลือกเยอะ? "มันคือการตัดสินใจครั้งใหญ่" เริ่มเหงาเหรอ? "นิดหน่อย แค่ช่วงที่ผมเหนื่อยรู้สึกว่าอยากมีใครซักคน" ลอยกระทงปีนี้จะไปลอยกับใครล่ะ? "ยังไม่มีคนลอยด้วยเลย แต่วันที่ 1 พี่สาวผมจะแต่งงาน เดี๋ยวจะไปดูงานแต่งงานพี่หน่อย เป็นลูกพี่ลูกน้องคนแรกในตระกูลที่แต่งงาน แม่เองก็อยากมีหลานนะ (ยิ้ม)" เริ่มพูดกรอกหู? "เริ่มมีบ้าง ถ้าเจอก็เจอครับ" ตอนนี้ยังไม่เจอเหรอ? "มันก็มีคุยกับคนโน้นคนนี้ แต่ละคนก็คนละแบบ คือผมยังไม่เจอคนเป๊ะเลย ยังไม่มีสนิทกับใครที่สุด คุยบีบีไปเรื่อยครับ แก้เหงา (หัวเราะ)" ถ้ามีแฟนแดนก็ยังไม่พร้อมเปิดตัว? "ถ้ามีแฟนแล้วผมใช้คำว่าแฟนจริงๆ ผมเปิดตัวแน่นอน ผมอยากเปิดตัวมากนะ อยากเดินจูงมือกับแฟนไปดูหนังกัน" คือถ้าเห็นแดนเดินจูงมือกับใครคือใช่เลย? "ให้ผมออกมาเปิดตัวก่อนดีกว่าครับ ถ้าผมมีใคร ณ ช่วงเวลานี้ อายุ 25 ปีมันก็สมควรแก่วัยแล้วครับ" ห่วงความรู้สึกแฟนคลับ? "ห่วงแน่นอน เรื่องนี้ผมรู้สึกว่าไม่ควรเปิดเผยอะไร รอให้มั่นใจก่อน เรื่องแต่งงานมันอารมณ์ชั่ววูบครับ (หัวเราะ)" ทำไมแม่ถึงเร่งแล้วล่ะ? "แม่ก็เหงาครับ อยากเลี้ยงหลาน" แดนมีอารมณ์อยากมีลูกรึยัง? "อารมณ์อยากมีลูกมาก่อน อารมณ์อยากแต่งงานอีกครับ คนเราต้องมีสิ่งที่เป็นความหวัง หรือสิ่งที่ทำให้เรามีจุดมุ่งหมายในชีวิตต่อไป ผมว่านั่นก็คือลูกครับ" แสดงว่าผู้หญิงคนต่อไปแดนคงจริงจัง? "ผมคงจริงจังถึงขั้นแต่งงานเลย ถ้าผมบอกว่าผมเป็นแฟนกับใคร คนนั้นล่ะ น่าจะเป็นคนที่ผมแต่งงานด้วย" แล้วสาวๆที่มีข่าวด้วยไม่ใช่เลยเหรอ? "ผมว่ายังไม่ใช่ ผมยังไม่เจอเลย คุยมองไปเรื่อยๆหลายคนเหมือนกัน" เรื่อยดูเหมือนเจ้าชู้? "ไม่ทันแล้วครับ" ยอมรับว่าเจ้าชู้? "ผมไม่ได้เจ้าชู้" ยืนยันได้? "ไม่ยืนยันเท่าไหร่ ดีกว่า (หัวเราะ)".
พบหลักฐานเคยมีปาล์มที่อาร์กติก เติบโตคู่กับไม้อื่นเมื่อ50ล้านปีก่อน
บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก จากการพิสูจน์ตะกอนใต้ทะเล ระบุเคยขึ้นช่วงสั้นๆ แถบขั้วโลกเหนือช่วงอากาศร้อน... นักวิทยาศาสตร์จากเนเธอร์แลนด์พบว่าครั้งหนึ่งต้นปาล์มเคยขึ้นอยู่ในบริเวณขั้วโลกเหนือ ระหว่างช่วงสั้นๆ ที่บริเวณนั้นเคยมีอากาศร้อน เมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน แอพพาย สลูอิจส์ จากมหาวิทยาลัยอูเทรคช์ หัวหน้าคณะนักวิจัยนานาชาติพบหลักฐานว่าเคยมีต้นปาล์มขึ้นบริเวณขั้วโลกเหนือมาก่อน ซึ่งไม่เคยพบหลักฐานเช่นนี้ในบริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือของโลกมาก่อน นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บตัวอย่างตะกอนแนวสันปันน้ำใต้ท้องทะเลอยู่ห่างฝั่งจากขั้วโลกเหนือออกไป 500 กม. ในจุดที่ประมาณเวลา 53.5 ล้านปีก่อน พบละอองเกสรของปาล์มยุคโบราณ พันธุ์ไม้สน ต้นโอ๊คและต้นไม้อื่นๆ การศึกษาครั้งนี้รายงานในวารสารเนเจอร์ จีโอไซเอินซ์ ระบุว่า "การพบละอองเกสรของปาล์มแสดงว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนที่หนาวเย็นที่สุดบริเวณอาร์กติกนั้นไม่น่าจะน้อยกว่า 8 องศาเซลเซียส" การค้นพบนี้มีผลต่อการเติมเต็มช่องว่างทางวิทยาศาสตร์ที่จะเข้าใจเรื่องของความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลกในยุคสมัยใหม่.
ผีสำรองบุกอัดบาร์นสลีย์2-0, ปอมปีย์ทุบหม้อแตก
แมนฯยู ชุดสำรองบุกอัด บาร์นสลีย์ พอหอมปากหอมคอ 2-0 ขณะที่ พอร์ตสมัธ มาผิดฟอร์ม เปิดบ้านทุบ สโต๊ก แตกกระจุย 4-0 ส่วน สเปอร์ส จัดการสอย เอฟเวอร์ตัน 2-0 ด้าน แบล็คเบิร์น ถล่ม ทีมลูกป๋าเฟอร์กี้ ปีเตอร์ โบโร 5-2 ในศึกฟุตบอล คาร์ลิง คัพ รอบ 4 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา...
ฟุตบอล คาร์ลิง คัพ รอบ 4 ประจำวันอังคารที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา เกมระหว่าง บาร์นส์ลีย์ ทีมอันดับ 20 จากลีกแชมเปียนชิพ เปิดบ้าน โอก์เวลล์ รับการมาเยือนของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เกมนี้ มาร์ค โรบิน กุนซือเจ้าถิ่น ไม่มีอะไรต้องเสีย จัดการใส่กองหน้า 2 ตัวอย่าง โจนาธาน แมคเคน กับ ดาเนียล บ็อกดาโนวิช ลงยืนล่าตาข่าย แดนกลางอดัม ฮัมมิลล์ เดินเกมรุกร่วมกับ อันเดอร์สัน ดา ซิลวา แนวรับเป็น สตีฟ ฟอสเตอร์, โรเบิร์ต โคซลุก และ ดาร์เรน มัวร์ขณะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ของ แมนฯยู ใช้ผู้เล่นสำรองและเยาวชนตามคาด โดยแนวรุก ยัดลงไปถึง 4 ตัว ทั้ง ไมเคิล โอเวน, กาเบรียล โอแบร์กตอง, เฟเดริโก มาเคตา และ แดนนี วัลเบค แดนกลาง เป็นอันเดอร์สัน คอยคุมจังหวะ ส่วนแนวรับ มีแกรี เนวิลล์ เป็นพี่ใหญ่และกัปตันทีมเปิดฉากเกมครึ่งแรก แมนฯยู ได้ทักทายก่อน จากการทำเกมขึ้นมา กาเบรียล โอแบร์กต็อง เปิดบอลเข้ากลาง ไปติดขากองหลังบาร์สลีย์ ปลิ้นมาเข้าหัว ไมเคิล โอเวน โหม่งไปติดบล็อกออกหลังไป และจากลูกเตะมุมนี่เอง ทีมเยือนขึ้นนำสำเร็จ อันเดอร์สัน เปิดบอลเข้ามา แดนนี เวลเบค เทคตัวโหม่งโล่งๆ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย แมนฯยู นำ 1-0 ในนาทีที่ 6
ฟุตบอล คาร์ลิง คัพ รอบ 4 ประจำวันอังคารที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา เกมระหว่าง บาร์นส์ลีย์ ทีมอันดับ 20 จากลีกแชมเปียนชิพ เปิดบ้าน โอก์เวลล์ รับการมาเยือนของ "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เกมนี้ มาร์ค โรบิน กุนซือเจ้าถิ่น ไม่มีอะไรต้องเสีย จัดการใส่กองหน้า 2 ตัวอย่าง โจนาธาน แมคเคน กับ ดาเนียล บ็อกดาโนวิช ลงยืนล่าตาข่าย แดนกลางอดัม ฮัมมิลล์ เดินเกมรุกร่วมกับ อันเดอร์สัน ดา ซิลวา แนวรับเป็น สตีฟ ฟอสเตอร์, โรเบิร์ต โคซลุก และ ดาร์เรน มัวร์ขณะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ของ แมนฯยู ใช้ผู้เล่นสำรองและเยาวชนตามคาด โดยแนวรุก ยัดลงไปถึง 4 ตัว ทั้ง ไมเคิล โอเวน, กาเบรียล โอแบร์กตอง, เฟเดริโก มาเคตา และ แดนนี วัลเบค แดนกลาง เป็นอันเดอร์สัน คอยคุมจังหวะ ส่วนแนวรับ มีแกรี เนวิลล์ เป็นพี่ใหญ่และกัปตันทีมเปิดฉากเกมครึ่งแรก แมนฯยู ได้ทักทายก่อน จากการทำเกมขึ้นมา กาเบรียล โอแบร์กต็อง เปิดบอลเข้ากลาง ไปติดขากองหลังบาร์สลีย์ ปลิ้นมาเข้าหัว ไมเคิล โอเวน โหม่งไปติดบล็อกออกหลังไป และจากลูกเตะมุมนี่เอง ทีมเยือนขึ้นนำสำเร็จ อันเดอร์สัน เปิดบอลเข้ามา แดนนี เวลเบค เทคตัวโหม่งโล่งๆ เข้าประตูไปอย่างง่ายดาย แมนฯยู นำ 1-0 ในนาทีที่ 6
ป้ายกำกับ:
ปอมปีย์ทุบหม้อแตก,
ผีสำรองบุกอัดบาร์นสลีย์2-0
สะพานแขวนพัง ตาย1หาย2 เด็กนร.มาเลย์
จนท.มาเลเซีย เร่งค้นหาเด็กนักเรียน 2 คน ที่ยังคงสูญหาย หลังเกิดอุบัติเหตุสะพานแขวนพังถล่มในรัฐเประ ทางภาคเหนือ ทำให้มีนักเรียนหญิง เสียชีวิต 1 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างสำนักข่าวอาร์ทีเอ็ม รายงานเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า สะพานแขวนความยาว 50 เมตร ในรัฐเประ ทางภาคเหนือ ของประเทศมาเลเซีย เกิดพังถล่มลงมาระหว่างเด็กนักเรียนราว 30-50 คน กำลังกระโดดโลดเต้นและเดินเล่นบนสะพาน ส่งผลให้เด็กนักเรียน 22 คนตกลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ขณะที่นักเรียนที่เหลือเกาะราวสะพานและโครงสร้างสะพานที่ไม่ได้พังถล่มไว้ ได้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า นักเรียน 3 คน จมหายไปกับสายน้ำ เจ้าหน้าที่พบร่างในภายหลัง 1 ศพ เป็นนักเรียนหญิง ส่วนอีก 2 คนยังหาไม่พบ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาต่อไปเด็กนักเรียนที่ ประสบเหตุ อยู่ในกลุ่มของนักเรียนชั้นประถมกว่า 300 คน ที่กำลังเดินทางไปเข้าค่าย สะพานแขวนดังกล่าวเพิ่งเปิดทำการได้เพียง 2 สัปดาห์ หลังสร้างทดแทนสะพานเดิมที่พังถล่มไปก่อนหน้านี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างสำนักข่าวอาร์ทีเอ็ม รายงานเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า สะพานแขวนความยาว 50 เมตร ในรัฐเประ ทางภาคเหนือ ของประเทศมาเลเซีย เกิดพังถล่มลงมาระหว่างเด็กนักเรียนราว 30-50 คน กำลังกระโดดโลดเต้นและเดินเล่นบนสะพาน ส่งผลให้เด็กนักเรียน 22 คนตกลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง ขณะที่นักเรียนที่เหลือเกาะราวสะพานและโครงสร้างสะพานที่ไม่ได้พังถล่มไว้ ได้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า นักเรียน 3 คน จมหายไปกับสายน้ำ เจ้าหน้าที่พบร่างในภายหลัง 1 ศพ เป็นนักเรียนหญิง ส่วนอีก 2 คนยังหาไม่พบ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาต่อไปเด็กนักเรียนที่ ประสบเหตุ อยู่ในกลุ่มของนักเรียนชั้นประถมกว่า 300 คน ที่กำลังเดินทางไปเข้าค่าย สะพานแขวนดังกล่าวเพิ่งเปิดทำการได้เพียง 2 สัปดาห์ หลังสร้างทดแทนสะพานเดิมที่พังถล่มไปก่อนหน้านี้
วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เคน-ธีรเดช คุณพ่อจอมเฮี้ยบ
ยังเป็นพระเอกฮอตของวิกหนองแขมเพราะล่าสุดมีละครกำลังออนแอร์เรื่อง สูตรเสน่หา และเรื่องใหม่ให้เล่นอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่พิสูจน์แล้วและบทบาททางสังคมที่ประชาชนยอมรับ วันนี้ต้องบอกว่าเขาคือคุณพ่อที่น่ารักที่สุดคนหนึ่งในวงการบันเทิงเปิดคอลัมน์ เทรนด์ในไทยรัฐออนไลน์ ด้วย เคน- ธีรเดช วงศ์พัวพัน พระเอกร้อยล้านจากภาพยนตร์ เรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ แบบสบาย ๆ ถึงชีวิตภายหลังมีน้องคุณธรรม และบทบาทพ่อบ้านที่ต้องทำงานละครแบบแทบไม่มีวันหยุด ปลื้มกับน้องคุณขนาดไหน
สุขใจนะ คือเราเห็นเขามมีพัฒนาการ เราก็มีความสุข ตอนนี้น่ารักมาก แล้วก็ เขารู้เรื่องมากขึ้น ฟังเราก็รู้เร่ือง คืองี้ การเลี้ยงลูกนี่ บทจะเหนือยก็เหนื่อย รู้ใช้ไหมครับว่าเวลาเด็ก ร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเขาร้องอะไร ต้องดูเขาตลอด ปวดท้อง หรือ เป็นอะไร หน่อยนี่ เขาเหนื่อยมาก ก็มีบางคืนหน่อย เขาน็อกไปเลย โชคดีที่ยังมียายมาช่วยเลี้ยง แต่ก็อยากจะมีพี่เลี้ยงนะ ในอนาคตแต่การ จ้างเขาเหมือนเราไม่ไว้ใจ ไง แต่อนาคต ก็หานะ พยายามหาอยู่ แต่ต้องมียายมาช่วยดูอยู่ดี
น้องคุณมาเติมเต็มชีวิตหน่อย -เคน ได้
อืม ครับคือน้องคุณน่ีเขาเป็นศูนย์กลางชีวิตเลยละ แรก ๆผมกัหน่อยไม่มีลูก แต่ละคนก็จะ มีชีวิตส่วนตัวมาก ๆ นะ พอ มีลูกแล้วเขาดึงทุกอย่างเข้าไปเป็นศูนย์กลางจริง ๆ คือ กลับบ้านก็ต้องหาเขาให้มาก ๆ แม้เวลาจะ ออกจากบ้าน ก่อนไปทำงานผมก็ต้องคุยกับเขา ถ้าว่างก็ต้องหาเวลา ให้เขาคือ พอเขาโตแล้วเราก็กลัวว่า เราไม่ได้ใช้เวลาช่วงนี้กับเขา
สุขใจนะ คือเราเห็นเขามมีพัฒนาการ เราก็มีความสุข ตอนนี้น่ารักมาก แล้วก็ เขารู้เรื่องมากขึ้น ฟังเราก็รู้เร่ือง คืองี้ การเลี้ยงลูกนี่ บทจะเหนือยก็เหนื่อย รู้ใช้ไหมครับว่าเวลาเด็ก ร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเขาร้องอะไร ต้องดูเขาตลอด ปวดท้อง หรือ เป็นอะไร หน่อยนี่ เขาเหนื่อยมาก ก็มีบางคืนหน่อย เขาน็อกไปเลย โชคดีที่ยังมียายมาช่วยเลี้ยง แต่ก็อยากจะมีพี่เลี้ยงนะ ในอนาคตแต่การ จ้างเขาเหมือนเราไม่ไว้ใจ ไง แต่อนาคต ก็หานะ พยายามหาอยู่ แต่ต้องมียายมาช่วยดูอยู่ดี
น้องคุณมาเติมเต็มชีวิตหน่อย -เคน ได้
อืม ครับคือน้องคุณน่ีเขาเป็นศูนย์กลางชีวิตเลยละ แรก ๆผมกัหน่อยไม่มีลูก แต่ละคนก็จะ มีชีวิตส่วนตัวมาก ๆ นะ พอ มีลูกแล้วเขาดึงทุกอย่างเข้าไปเป็นศูนย์กลางจริง ๆ คือ กลับบ้านก็ต้องหาเขาให้มาก ๆ แม้เวลาจะ ออกจากบ้าน ก่อนไปทำงานผมก็ต้องคุยกับเขา ถ้าว่างก็ต้องหาเวลา ให้เขาคือ พอเขาโตแล้วเราก็กลัวว่า เราไม่ได้ใช้เวลาช่วงนี้กับเขา
แพร่ข่าวทั่วโลก ในหลวงเสด็จ ไทยทั้งแผ่นดิน ถวายพระพรชัย
สำนักข่าวต่างประเทศพร้อมใจเผยแพร่ภาพและรายงานข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จเปล่งเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญดังกึกก้อง และรู้สึกปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลไม่หยุด ...
ในวันที่ 23 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศทั้งบีบีซี ซีเอ็นเอ็น รอยเตอร์ ต่างพร้อมใจกันเผยแพร่ภาพ และรายงานข่าวประทับใจ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ประทับรถเข็นพระที่นั่ง เสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าอาคาร เนื่องในโอกาสวันปิยมหาราช วันที่ 23 ตุลาคม โดยนับเป็นครั้งแรกที่เสด็จลง ณ บริเวณโรงพยาบาล หลังจากเสด็จประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน
จากนั้น ทรงถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วประทับรถเข็นพระที่นั่ง ไปที่ด้านหน้าศาลาศิริราช 100 ปี ทรงคมและพระราชทานพวงมาลัยให้แพทย์เชิญไปถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
สื่อต่างประเทศรายงานอีกว่า พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จต่างเปล่งเสียงถวายพระพร 'ทรงพระเจริญ' ดังกึกก้อง ตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน โดยพสกนิกรรายหนึ่งที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลไม่หยุด ที่ได้มีโอกาสเห็นพระองค์ และ ทรงโบกพระหัตถ์ พระราชทานด้วย
ในวันที่ 23 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศทั้งบีบีซี ซีเอ็นเอ็น รอยเตอร์ ต่างพร้อมใจกันเผยแพร่ภาพ และรายงานข่าวประทับใจ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ประทับรถเข็นพระที่นั่ง เสด็จลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประดิษฐานอยู่ที่ด้านหน้าอาคาร เนื่องในโอกาสวันปิยมหาราช วันที่ 23 ตุลาคม โดยนับเป็นครั้งแรกที่เสด็จลง ณ บริเวณโรงพยาบาล หลังจากเสด็จประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน
จากนั้น ทรงถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วประทับรถเข็นพระที่นั่ง ไปที่ด้านหน้าศาลาศิริราช 100 ปี ทรงคมและพระราชทานพวงมาลัยให้แพทย์เชิญไปถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
สื่อต่างประเทศรายงานอีกว่า พสกนิกรที่เฝ้าฯ รับเสด็จต่างเปล่งเสียงถวายพระพร 'ทรงพระเจริญ' ดังกึกก้อง ตลอดเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน โดยพสกนิกรรายหนึ่งที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลไม่หยุด ที่ได้มีโอกาสเห็นพระองค์ และ ทรงโบกพระหัตถ์ พระราชทานด้วย
ไฟไหม้โรงแรมดังกาญจน์หนีตายวุ่นไร้เจ็บตาย
เกิดเหตุไฟไหม้โรงแรมดังเมืองกาญจน์ นักท่องเที่ยวหนีตายจ้าละหวั่น ต้นเพลิงมาจากห้องประชุม ส่วนสาเหตุคาดไฟฟ้าลัดวงจร ...
เมื่อเวลา 02.30 น. วันนี้ (24 ต.ค.) ร.ต.ท.พันธุ์ล้าน ปฐมพรวิวัฒน์ พงส.สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงแรม RS. ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จึงรีบประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี พบว่าบริเวณโรงแรมดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาทุกชั้น เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 50 คน ที่มานอนพักผ่อนต่างพากันตื่นตระหนกวิ่งหนีตายลงมายังชั้นล่างของโรงแรมพร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 02.30 น. วันนี้ (24 ต.ค.) ร.ต.ท.พันธุ์ล้าน ปฐมพรวิวัฒน์ พงส.สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้โรงแรม RS. ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จึงรีบประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พร้อมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ภัทรชัย กอสนาน รอง ผกก.ป.สภ.เมืองกาญจนบุรี พบว่าบริเวณโรงแรมดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาทุกชั้น เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยมีนักท่องเที่ยวกว่า 50 คน ที่มานอนพักผ่อนต่างพากันตื่นตระหนกวิ่งหนีตายลงมายังชั้นล่างของโรงแรมพร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดเหตุ
ป้ายกำกับ:
ไฟไหม้โรงแรมดังกาญจน์หนีตายวุ่นไร้เจ็บตาย
โรงกลั่นน้ำมันบึม โชคดีไร้ตายเจ็บ2ที่เปอร์โตริโก
เกิดเหตุระเบิดครั้งรุนแรงที่สุด ที่โรงกลั่นน้ำมัน ในเปอร์โตริโก ส่งผลให้บริเวณโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำ คาดใช้เวลาหลายวันจึงจะคุมเพลิงได้ ทางการประกาศภาวะฉุกเฉิน เบื้องต้นเจ็บ2 ไร้ตาย ...สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ของทางการเปอร์โตริโก รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงที่โรงกลั่นน้ำมันของแคริบเบียน ปิโตรเลียม คอร์ป ในเปอร์โตริโก ซึ่งเป็นเกาะในทะเลแคริบเบียน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน แรงระเบิด ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ครั้งใหญ่ ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบ รวมทั้งในเมืองซานฮวน เมืองเอกของเปอร์โตริโก ถูกปกคลุมไปด้วยควันไฟสีดำ และเป็นที่วิตกกันว่า เหตุระเบิดครั้งนี้จะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อม
วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ทักษิณทวิตเตอร์ ขอบคุณ ฮุนเซนให้บ้าน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์ ขอบคุณ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ที่ประกาศต่อสาธารณะยกตนเองเป็นเพื่อนแท้ และพร้อมจัดบ้านพักในกรุงพนมเปญไว้รอต้อนรับ …พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์ ครั้งล่าสุด ภายหลัง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของ กัมพูชา สร้างบ้านพักหรูหราไว้รอรับอดีตนายกรัฐมนตรี ในกรุงพนมเปญ ว่า ขอขอบคุณ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ท่ีกรุณาบอกต่อสาธารณะชนว่าตนเองเป็นเพื่อนและยินดีให้การต้อนรับทุกเวลาและยัง ได้กรุณาจัดบ้านให้ผมไปอยู่ท่ีพนมเปญ รวมทั้งยังได้ ขอขอบคุณ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ ตลอดจนเพื่อนๆเตรียมทหารรุ่น 10 ที่โตมาด้วยกันและรู้จักตนเองดีว่าการกล่าวหาว่า ไม่จงรักภักดีไม่เป็นเรื่องจริง
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้เล่าเรื่องที่ตนเอง เดินทางไปเยือนประเทศศรีลังกา ว่า ขอขอบคุณรัฐบาลศรีลังกา ท่ีกรุณาอำนวยความสะดวกโดยจัดเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์พาไปหลายจังหวัด แต่เพราะมีเวลาน้อยหากไปรถคงไม่ทันผมพักอยู่แค่28ชั่วโมง และได้พบกับ ประธานาธิบดีซึ่งเคยรู้จักกันมาครั้งท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งเคยได้ให้การต้อนรับ เมื่อครั้งตนเองไปเยือนปี 2546 และได้พบกันท่ีคิวบา 3 วันก่อนถูกปฏิวัติ และรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ หลังจากได้ทำบุญ ไหว้พระ ไหว้พระเขี้ยวแก้ว ต้นพระศรีมหาโพธิ ที่ประเทศ ศรีลังกา ซึ่งพระพุทธศาสนาของไทย และของเขามีความผูกพันใกล้ชิดกันมาช้านาน เพราะตนเองติดอยู่ในใจเมื่อตอนไปเยือนเป็นทางการได้ไปไหว้มาแล้วครั้งหนึ่ง ได้ตั้งใจเอาไว้ว่าขอมาไหว้อีกและก็ยังไม่ได้มาสักที
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้เล่าเรื่องที่ตนเอง เดินทางไปเยือนประเทศศรีลังกา ว่า ขอขอบคุณรัฐบาลศรีลังกา ท่ีกรุณาอำนวยความสะดวกโดยจัดเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์พาไปหลายจังหวัด แต่เพราะมีเวลาน้อยหากไปรถคงไม่ทันผมพักอยู่แค่28ชั่วโมง และได้พบกับ ประธานาธิบดีซึ่งเคยรู้จักกันมาครั้งท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งเคยได้ให้การต้อนรับ เมื่อครั้งตนเองไปเยือนปี 2546 และได้พบกันท่ีคิวบา 3 วันก่อนถูกปฏิวัติ และรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ หลังจากได้ทำบุญ ไหว้พระ ไหว้พระเขี้ยวแก้ว ต้นพระศรีมหาโพธิ ที่ประเทศ ศรีลังกา ซึ่งพระพุทธศาสนาของไทย และของเขามีความผูกพันใกล้ชิดกันมาช้านาน เพราะตนเองติดอยู่ในใจเมื่อตอนไปเยือนเป็นทางการได้ไปไหว้มาแล้วครั้งหนึ่ง ได้ตั้งใจเอาไว้ว่าขอมาไหว้อีกและก็ยังไม่ได้มาสักที
นายเจี๋ยมเจี้ยม'ลัดฟ้ามาไทย โปรโมตหนังโรแมนติกคอมเมดี้
ชาแทฮยอน" หรือ "นายเจี๋ยมเจี้ยม" บินมาโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่ 'Scandal Makers (aka.Speedy Scandal)' หรือในชื่อไทย 'ลูกหลานใครหว่า? ป่วนซ่านายเจี๋ยมเจี้ยม' หยอดคำหวาน "อยากพาครอบครัวมาเที่ยว" ... ชาแทฮยอน (Cha Tae Hyun) นักแสดงหนุ่มเกาหลีที่รู้จักกันในบทบาทของ 'นายเจี๋ยมเจี้ยม' บินมาโปรโมตภาพยนตร์ที่เมื่อไทย เรื่อง 'Scandal Makers (aka.Speedy Scandal)' หรือในชื่อไทย 'ลูกหลานใครหว่า? ป่วนซ่านายเจี๋ยมเจี้ยม' เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้สุด เบาสบาย ซึ่งมีกำหนดเข้าโรงฉายในวันที่ 29 ต.ค.นี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ นัมฮยอนซู (รับบทโดย ชาแทฮยอน) ดีเจหนุ่มชื่อดังของเกาหลี ที่อยู่ดีๆก็มีเด็กสาวคนหนึ่งชื่อ ฮวังจองนำ (รับบทโดบพัคโบยอง) พร้อมกับลูกชาย กีดง (รับบทโดย วังซอกฮยอน) มาอ้างว่าเธอนั้นคือลูกสาวของเขา ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นๆที่หลังจากดีเจหนุ่มใช้ชีวิตเป็นโสดมาตลอด แต่เขาต้องกลับมีลูกสาวและหลานโผล่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ชีวิตต้องปั่นป่วน สุดท้ายแล้วเขาจะยอมรับในของความเป็นพ่อของลูกสาวตัวเองหรือไม่ คงต้องไปติดตามกันในโรงภาพยนตร์ งานนี้ ชาแทฮยอน เล่าว่า พอมาเล่นเป็นคุณพ่อในหนัง ก็ยิ่งทำให้เขาอยากมีลูกสาวมากขึ้นไปอีก พร้อมกับการันตีว่า หนังเรื่องนี้เหมาะกับทุกคนในครอบครัวแน่นอน ที่สำคัญ ชาแทฮยอน ยังหยอดคำหวานว่า ถ้ามีโอกาสเขาก็อยากพาครอบครัวมาเที่ยวเมืองไทย เพราะประทับใจกับวิวทิวทัศน์และผู้คน เวลาที่มาโปรโมตหนังที่นี่ นอกจากเรื่องหนังแล้ว หนุ่มชาแทฮยอน ยังแอบชื่นชมหนุ่มไทยหน้าใส นิชคุณ ว่า เป็นขวัญใจสาวเกาหลีทั่วบ้านทั่วเมือง และแม้ว่าความหล่อของเขาอาจจะสู้หนุ่มคุณไม่ได้ แต่ก็อยากลองร่วมงานด้วยกันสักครั้ง
ศึกภายใน ปชป.จบแบบแฮปปี้ ปัดกลัวแพ้เลือกตั้ง
วันนี้ (21 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค ประชาธิปัตย์ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จบแบบแฮปปี้แล้วใช่หรือไม่ว่า อย่างที่ตนบอกตั้งแต่ต้นว่าเรื่องของพรรคไม่มีปัญหา เมื่อถามว่า หมายความว่าหลังจากนี้ไป จะไม่มีการออกมาพูดข้างนอกพรรคอีก นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องของการแสดงความคิดเห็นก็ควรจะแสดงความคิดเห็นกันในที่ประชุมพรรค เป็นประเพณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปฏิบัติกันมาอย่างนั้น เพราะฉะนั้นหากใครออกมาพูดข้างนอก ในที่ประชุมพรรคก็จะมีการว่ากล่าวว่า ตักเตือนกัน เมื่อถามว่า การที่พรรคต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรกันใหม่ เป็นเพราะประเมินแล้วว่าหากปล่อยให้ขัดแย้งกันเองจะส่งให้แพ้ศึกเลือกตั้ง นายสุเทพกล่าว ปฏิเสธว่า ยังไม่มีศึกเลือกตั้ง เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมการเลือกตั้งหรือยังเพราะพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ยังได้สั่งการให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว นายุสเทพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็พูดจาอย่างนี้มาตั้งแต่เดือนแรกที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน ส่วนรัฐบาลเองขณะนี้ก็คิดแก้ไขบ้านเมืองก่อน ขอให้บ้านเมืองอยู่ได้ก่อน เรื่องต่อสู้ทางการเมืองยังไม่ถึงเวลา ภาระหน้าที่เฉพาะหน้าคือการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง เมื่อถามต่อว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยถึงกับระบุว่าในเดือน มี.ค. 2553 จะมีการยุบสภาต้องเลือก ตั้งใหม่ นายสุเทพ ยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “"ถ้าทุกอย่างที่คุณเฉลิมพูดถูกต้อง ป่านนี้พวกผมกก็ไปเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่มาเป็นรัฐบาลแล้ว ไม่มีอะไร จำได้หรืไม่ที่คุณเฉลิมบอกว่าคุณอภิสิทธิ์จไมได้เป็นนายกฯประเทศไทยแน่นอน ถ้าเป็นหิมะจะตกในประเทศไทย ทำไมไปเชื่อคุณเฉลิมง่าย ๆ อย่างนี้" เมื่อถามถึง กรณีที่มีนายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิจารณ์พรรคร่วมรัฐบาลอย่างรุนแรงว่าเป็นโสเภณีการเมือง จะต้องไปทำความเข้าใจกับพรรคร่วมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวเพียงว่า เขาพูดจาไม่เหมาะสม เมื่อถามถึง การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่านายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินเกิดการไม่พอใจรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยที่คัดค้าน โครงการจัดซื้อเครื่องตัดอ้อย ว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ในการประชุม ครม.เป็นเรื่องที่ปรึกษาหารือกัน บางเรื่องก็มีคนเห็นด้วย บางเรื่องก็มีคนไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องปกติ ทุกสัปดาห์ที่มีการประชุมครม.ก็มีกรณีอย่างนี้
ป้ายกำกับ:
ศึกภายใน ปชป.จบแบบแฮปปี้ ปัดกลัวแพ้เลือกตั้ง
อัยการงัดข้อปปช. ตีกลับสำนวน คดีสลายม็อบ7ตค.
อัยการตีกลับสำนวนคดีสลายม็อบ 7 ตุลาฯ ของ ป.ป.ช.ส่งฟ้องศาล ชี้ยังไม่สมบูรณ์ขาดสอบปากคำตำรวจร่วม 100 ปาก ‘วิชา’ ฉุนเหน็บเป็นการพิจารณาคดีเร็วที่สุดแบบไม่เคยมีมาก่อน... นายวิชา มหาคุณ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าววันนี้ (21 ต.ค.) ถึงความคืบหน้ากรณีป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่รัฐสภา วันที่ 7 ต.ค.2551 ว่า ได้ส่งเรื่องให้อัยการส่งฟ้องศาล แต่ล่าสุดสำนักงานอัยการสูงสุดได้ตีกลับสำนวนกลับมายังป.ป.ช.เพื่อให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช.และอัยการสอบสวนคดีเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่า คดียังมีความบกพร่อง ไม่มีสมบูรณ์ ไม่มีการสอบปากคำพยานอีกเกือบ 100 ปากจากฝ่ายตำรวจทั้ง ที่พยานบางส่วนป.ป.ช.ได้สอบไปแล้ว แต่อัยการเห็นว่า ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างป.ป.ช.และอัยการต่อไป กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า อัยการใช้เวลาพิจารณาสำนวนเร็วมาก ก่อนตีกลับมาให้ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานร่วม ถือเป็นคดีที่พิจารณาเร็วที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้เวลาหลังจากที่ป.ป.ช.ส่งสำนวนไปให้ไม่ถึง 1 เดือน จึงอยากทวงไปยังอัยการว่า คดีการทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิงที่อยู่ในการพิจารณาของสำนักงานอัยการก็ขอให้พิจารณารวดเร็วแบบนี้ด้วย เพราะป.ป.ช.ส่งเรื่องไปนานแล้ว แต่ยังไม่มีคำสั่งออกมาว่า จะฟ้องหรือไม่ฟ้องด้านนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และโฆษกอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ภายหลังป.ป.ช.ส่งสำนวนมาให้สำนักอัยการสูงสุด โดยมีตนในฐานะอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษพิจารณาเพื่อสรุปความเห็น ซึ่งได้เสนอให้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างผู้แทนอัยการสูงสุด และ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาสำนวนคดีร่วมกันในประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ ขณะนี้เสนอรายงานนายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุดทราบแล้วอยู่ระหว่างการแจ้งเรื่องให้ ป.ป.ช. ทราบ
ป้ายกำกับ:
อัยการงัดข้อปปช. ตีกลับสำนวน คดีสลายม็อบ7ตค.
เสธ.หนั่นกาวใจ สหภาพฯ ยุติศึกรถไฟป่วน
สุเทพ" เปิดทาง "เสธ.หนั่น" คนกลางเจรจา สหภาพ รฟท. หนุนเปิดโตะเจรจายุติศึก จี้เปิดให้บริการให้ได้วันพรุ่งนี้ ขณะที่รถไสายใต้ฉลุย มีทั้งขึ้น - ล่อง มี 6 ขบวน ... วันนี้ (21 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายนกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) หยุดเดินรถไฟ ประท้วงฝ่ายบริหาร ว่า เหตุผลที่แท้จริงในการประท้วงครั้งนี้คงต้องไปถามสหภาพฯ ที่หยุดงาน แต่เท่าที่ฟังการรายงานของนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รายงานว่า ทางสหภาพฯมีข้อเรียกร้อง 2 ประการ คือ 1. ให้ปลดผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และ 2. ไม่ให้เอาผิดพนักงานที่ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ จนรถไฟตกราง และมีผู้เสียชีวิตที่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมจะไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีก ครั้งว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า ทางนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สร.รฟท. เรียกร้องให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ มาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหา และระบุด้วยว่าการหยุดเดินรถเป็นคำสั่งของฝ่ายบริหารเอง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะพล.ต.สนั่น ก็อยู่ใน ครม.อยู่แล้ว ใครที่คิดว่ามีความสามารถที่จะช่วยเจรจาก็ยินดี และเชื่อว่า รมว.คมนาคมจะนำเรื่องทุกอย่างที่มีความชัดเจนมารายงานกับประชาชน เมื่อถามว่า มีการมองว่ากรณีนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองเพราะฐานเสียงทางภาคใต้เป็นของพรรค ประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะรัฐมีหน้าที่แก้ไขปัญหา และจะพยายามแก้ไขไปเรื่อย ๆ เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาเหมือนกับว่ามีการโยนกันไปมา นายสุเทพ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีการโทษใครกันเลย และรัฐบาลก็เอาใจช่วยกระทรวงคมนาคมทุกอย่าง ต้องการการสนับสนุนอะไรก็ให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้กระทรวงคมนาคมสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องเดือดร้อนของประชาชน ตนก็บอกไปแล้วว่าหากพนักงาน รฟท. หรือสหภาพฯมีปัญหากับฝ่ายบริหารก็เปิดโต๊ะเจรจากัน จะให้รัฐบาลรับรู้ก็มาบอกกัน แต่ต้องไม่ละทิ้งหน้าที่ในการบริการประชาน เพราะการละทิ้งหน้าที่อย่างนี้ สร้างความเสียหาย เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าจะสามารถเปิดบริการเดินรถไฟได้ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ นายสุเทพ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพยายามจะเปิดให้บริการให้ได้ และไปเอาพนักงานขับรถไฟที่เกษียณอายุแล้ว และเอาวิศวกรที่เรียนจบมาแล้วแต่ยังไม่ได้บรรจุ รวมทั้งคนที่ขับรถไฟได้มาช่วยกัน วันเดียวกัน นายณรงค์ ประดิษฐ์อภัย นายสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช กล่าวว่า รถไฟที่หยุดให้บริการมาหลายวัน ได้เปิดให้บริการแล้วในบางขบวนของช่วงเช้าวันนี้ โดยมีขบวนรถจากกรุงเทพฯ 3 ขบวนคือ 1. ขบวนรถเร็วที่ 169 กรุงเทพฯ - ยะลา แต่วิ่งไปหยุดสถานีปลายทางแค่สถานีหาดใหญ่ .2. ขบวนรถด่วนที่ 83 กรุงเทพฯ - ตรัง 3. ขบวนรถด่วนที่ 85 กรุงเทพฯ - นครศรีธรรมราช รถไฟทั้ง 3 ขบวนผ่านสถานีชุมทางทุ่งสง ตามเวลาปกติ นายสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง กล่าวต่อว่า ส่วนช่วงเย็น จะมีขบวนรถจากภาคใต้ขึ้นมายังกรุงเทพฯ 3 ขบวน คือ 1. ขบวนรถเร็วที่ 170 ยะลา - กรุงเทพฯ โดยตั้งต้นที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ 2. ขบวนรถด่วนที่ 84 ตรัง - กรุงเทพฯ 3. ขบวนรถด่วนที่ 86 นครศรีธรรมราช - กรุงเทพฯ โดยรถไฟขาขึ้นทั้ง 3 ขบวน จะออกตรงตามเวลาเดิม จึงขอให้ผู้โดยสารมาใช้บริการได้เลยตั้งแต่วันนี้ ส่วนขบวนอื่นๆนั้นยังไม่มีกำหนดที่แน่นอน พร้อมทั้งปฏิเสธไม่ยอมพูดเกี่ยวกับเรื่องมีการชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ โดยอ้างว่าผู้ใหญ่สั่งไม่ให้พูด ผู้สื่อข่าวได้เดินตรวจดูบริเวณสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงพบว่ามีผู้โดยสารเพียง 5 - 6คน ที่มายืนรอซื้อตั๋วโดยสารอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าการรถไฟเปิดให้บริการแล้วใน บางขบวน
ป้ายกำกับ:
เสธ.หนั่นกาวใจ สหภาพฯ ยุติศึกรถไฟป่วน
เพื่อไทยยังบอยคอตถกวิป3ฝ่ายแก้รัฐธรรมนูญ
ปธ.วิปฝ่ายค้านยืนยันไม่ร่วมประชุมวิป 3 ฝ่ายถกแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีการเสนอญัตติเข้าสภาฯ ย้ำเงื่อนไขต้องนำฉบับ 2540 กลับมาใช้...นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าววันนี้ (21 ต.ค.) ที่รัฐสภา ถึงการประชุมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 22 ต.ค.นี้ว่าฝ่ายค้านจะไม่ร่วมประชุม โดยจะให้รัฐบาลหารือกับวุฒิสภา ให้ตกผลึกก่อนแล้วค่อยแจ้งมาที่ฝ่ายค้าน ซึ่งเชื่อว่าเสียงของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเพียงพอที่จะเสนอญัตติอยู่แล้ว ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า แม้จะมีการเรียกประชุมวิป 3 ฝ่ายอีกกี่ครั้งฝ่ายค้านจะยังยืนยันในแนวทางนี้ แต่เมื่อใดที่มีการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 พรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมพิจาร ณาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ และพร้อมที่จะถกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น แต่พรรคฯมีมติชัดเจนยืน ยันในหลักการว่าจะนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาเป็นหลักเทียบเคียงในการแก้ไข แต่ยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ เมื่อถามว่า การโหวตของส.ส.พรรคเพื่อไทยในวันลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นไปตามมติของพรรคฯหรือฟรีโหวต นายวิทยา กล่าวว่า ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นหลักคงเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส
ป้ายกำกับ:
เพื่อไทยยังบอยคอตถกวิป3ฝ่ายแก้รัฐธรรมนูญ
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552
พะจุณณ์'ขอให้ชนวนขัดแย้ง 'ป๋าเปรม-บิ๊กจิ๋ว' ยุติ
ระบุ "ป๋าเปรม" ไม่คิดอะไร ขอให้บ้านเมืองสงบก็พอ "อนุพงษ์" เมิน "บิ๊กจิ๋ว" เยือนกัมพูชา กลาโหมพร้อมรปภ.อาเซียน ชี้ยังไม่มีข้อมูลเหตุรุนแรง ...เมื่อวันที่ 19 ต.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนกัมพูชา เพื่อพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่มีข้อมูลอะไรทั้งสิ้น จึงไม่สามารถไปวิเคราะห์อะไรได้ว่าการเดินทางของ พล.อ.ชวลิต ไปด้วยเรื่องใดพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวถึง กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พาดพิงถึงการไม่ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หลังจากประสานทาง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ในการเข้าพบ ว่า เรื่องนี้ขอให้จบได้แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกัน อย่าไปสาวความกันอีกเลย ขอให้จบได้แล้ว บ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้ เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ได้อ่านบทสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต แล้วรู้สึกอย่างไร พล.ร.อ.พะจุณฑ์ กล่าวว่า ท่าน พล.อ.เปรม ไม่มีอะไร ท่านไม่ได้พูดอะไร ทั้งนี้ เรารู้ดีว่าบุคลิกแต่ละคนเป็นอย่างไร พล.อ.เปรม กับ พล.อ.ชวลิต เป็นอย่างไรก็เหมือนกับที่ พล.อ.ชวลิต พูด คือ วันเกิด พล.อ.ชวลิต ของทุกปี พล.อ.เปรม ท่านก็โทรศัพท์ไปอวยพร ขอให้เรื่องนี้จบแล้วเอาเรื่องบ้านเมืองก่อน ขอให้บ้านเมืองสงบแค่นี้ก็พอ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยการประชุมผู้นำอาเซียนว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านการข่าวยังไม่มีข้อมูลว่า จะมีการเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายในพื้นที่ และไม่มีกลุ่มที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งนี้ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่มีความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวก โดยเจ้าหน้าที่ซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัย และสร้างความเข้าใจกับประชาชน พบว่า ประชาชนให้ความร่วมมือดีมากมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ทราบตลอด เวลา ขณะนี้ยังไม่พบสิ่งก่อเหตุว่า จะมีเหตุกระทบต่อการประชุม พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่าง สะดวก และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ส่วนการจราจรอาจจะติดขัดบ้างแต่ประชาชนมีความเข้าใจและให้การสนับสนุน ซึ่งในวันที่ 20 ต.ค.2552 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อตรวจ เยี่ยมทำความเข้าใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนถึงวันประชุมจริง ส่วนจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบจะประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตามกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่จำนวน 18,000 นาย มีความพร้อม หากเกิดเหตุร้ายขึ้นก็มีกำลังเสริมที่เตรียมพร้อมอยู่ในหน่วยที่ตั้งออกมาส นับสนุนการปฏิบัติหน้าที่เมื่อถามถึงกรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ประกาศว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือให้กับผู้นำอาเซียนในสถานที่การจัดประชุม อาเซียน พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การยื่นหนังสือ สามารถกระทำได้ในกรุงเทพ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศดูแลอยู่ แต่หากเข้ามาในพื้นที่ก็จะมีการจัดพื้นที่โดยเฉพาะ เช่น บริเวณวนอุทยานชะอำ เป็นจุดรับเรื่องหนังสือต่างๆ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ ยังได้จัดศูนย์ข้อมูลข่าวสารไว้ที่โรงแรมเชอราตัน เพื่อรองรับสื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด ได้เลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์อำนวยการร่วม รักษาความปลอดภัย โดยมีพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของด่านตรวจต่างๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความ เข้มข้นใน 4 จุด คือ บริเวณเขาย้อย,ท่ายาง, 4 แยก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ 3 แยกบายพาร์ท
จีนจ่อจรวดนับพันลูกใส่ไต้หวัน แม้สัมพันธ์เริ่มดี
ลาโหมไต้หวันเผย แม้ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น แต่จีนยังหันหัวขีปนาวุธกวา่ 1 พันลูก ใส่เกาะเขตแดน และไม่มีสัญญาณยกเลิกการติดตั้ง อีกทั้งขู่ใช้ความรุนแรงหากจำเป็น...สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ต.ค. โฆษกกระทรวงกลาโหมของไต้หวัน แถลงว่า ปัจจุบัน แม้ความสัมพันธ์ระหว่างกันเริ่มดีขึ้น แต่จีนยังหันหัวขีปนาวุธราว 1,500 ลูกมาทางไต้หวัน และไม่มีสัญญาณว่าจีนจะยกเลิกติดตั้งขีปนาวุธหันใส่เกาะที่จีนยังมองว่าเป็นเขตแดนของตน และขู่จะเอาคืน หากจำเป็นต้องใช้กำลังก็ต้องทำ การแถลงข้างต้นมีขึ้นก่อนการเผยแพร่ “รายงานด้านกลาโหมแห่งชาติปี2551” ในวันอังคาร 20 ต.ค.ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งนายหม่า อิง-จิ่ว ประธานาธิบดีไต้หวัน สาบานตนรับตำแหน่งในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา เคยระบุว่าหากจีนต้องการเจรจาความสันติภาพและด้านต่างๆ จีนควรย้ายหรือยกเลิกขีปนาวุธที่หันหน้าถล่มไต้หวันก่อน
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เศรษฐีศรีลังกา ถูกสอบอีก หนุนก่อการร้าย
เศรษฐีพันล้านชาวศรีลังกา-อเมริกัน ผู้ก่อตั้ง เฮดจ์ ฟันด์ "แกลลีออน" จ่อถูกสอบอีกหนุนก่อการร้าย พยัคฆ์ทมิฬอีแลม ที่เพิ่งถูกรัฐบาลศรีลังกาปราบราบคาบเมื่อเดือน พ.ค.ปีนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่า นายราช ราชารัตนัม เศรษฐีพันล้านชาวศรีลังกา-อเมริกัน ผู้ก่อตั้งกองทุนเก็งกำไร หรือเฮดจ์ ฟันด์ "แกลลีออน" ที่ถูกจับกุมพร้อมผู้บริหารบริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกา อีก 5 คน ในข้อหาใช้ข้อมูลภายในซ้ือขายหุ้น ทำกำไรอย่างผิดกฏหมายกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (680 ล้านบาท) กำลังถูกเจ้าหน้าท่ีสหรัฐอเมริกา นำโดยเอฟบีไอ สอบสวนในข้อกล่าวหาที่ว่าเขาระดมทุนช่วยเหลือกบฏแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (แอลทีทีอี) เพิ่งถูกรัฐบาลศรีลังกาปราบราบคาบเมื่อเดือนพ.ค.ปีนี้ ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าท่ีค้นพบเอกสารท่ีบ่งชี้ว่านายราชารัตนัมวัย 52 ปี เป็นหนึ่งในชาวศรีลังกาผู้ร่ำรวยจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา ท่ีบริจาคเงินให้กองทุนการกุศล "องค์กรฟ้ืนฟูชาวทมิฬ" ในรัฐแมรี่แลนด์ และเงินถูกส่งต่อไปให้กลุ่มแอลทีทีอี ซึ่งถูกสหรัฐอเมริกา ขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม นายราชารัตนัมยังไม่ถูกตั้งข้อหาสนับสนุนผู้ก่อการร้าย ส่วนทนายของเขายืนยันว่าเขาบริสุทธิ์ เงินท่ีบริจาคมีเป้าหมายเพื่อสร้างบ้านใหม่ให้ชาวศรีลังกาเหยื่อสึนามิซัด ถล่มหลายชาติรอบมหาสมุทรอินเดียเมื่อปลายปี 2547 เท่านั้น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่า นายราช ราชารัตนัม เศรษฐีพันล้านชาวศรีลังกา-อเมริกัน ผู้ก่อตั้งกองทุนเก็งกำไร หรือเฮดจ์ ฟันด์ "แกลลีออน" ที่ถูกจับกุมพร้อมผู้บริหารบริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกา อีก 5 คน ในข้อหาใช้ข้อมูลภายในซ้ือขายหุ้น ทำกำไรอย่างผิดกฏหมายกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (680 ล้านบาท) กำลังถูกเจ้าหน้าท่ีสหรัฐอเมริกา นำโดยเอฟบีไอ สอบสวนในข้อกล่าวหาที่ว่าเขาระดมทุนช่วยเหลือกบฏแบ่งแยกดินแดนพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (แอลทีทีอี) เพิ่งถูกรัฐบาลศรีลังกาปราบราบคาบเมื่อเดือนพ.ค.ปีนี้ ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าท่ีค้นพบเอกสารท่ีบ่งชี้ว่านายราชารัตนัมวัย 52 ปี เป็นหนึ่งในชาวศรีลังกาผู้ร่ำรวยจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา ท่ีบริจาคเงินให้กองทุนการกุศล "องค์กรฟ้ืนฟูชาวทมิฬ" ในรัฐแมรี่แลนด์ และเงินถูกส่งต่อไปให้กลุ่มแอลทีทีอี ซึ่งถูกสหรัฐอเมริกา ขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม นายราชารัตนัมยังไม่ถูกตั้งข้อหาสนับสนุนผู้ก่อการร้าย ส่วนทนายของเขายืนยันว่าเขาบริสุทธิ์ เงินท่ีบริจาคมีเป้าหมายเพื่อสร้างบ้านใหม่ให้ชาวศรีลังกาเหยื่อสึนามิซัด ถล่มหลายชาติรอบมหาสมุทรอินเดียเมื่อปลายปี 2547 เท่านั้น
ป้ายกำกับ:
เศรษฐีศรีลังกา ถูกสอบอีก หนุนก่อการร้าย
สาว16ออสซี่ แล่นเรือรอบโลก หวังทุบสถิติอายุน้อย
นักเรียนหญิงชาวออสเตรเลีย วัย16ปี พาเรือยอชต์สีชมพู ยาว 10 เมตร แล่นจากอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ รัฐนิว เซาธ์ เวลส์ เมื่อช่วงสายวันที่18 ต.ค. หวังทุบสถิติอายุน้อยที่สุดล่องเรือรอบโลกเพียงลำพังและไม่มีคนช่วย
สำนักข่าวเอพี รายงานว่าเจสสิกา วัตสัน นักเรียนหญิงชาวออสเตรเลีย วัย16ปี พาเรือยอชต์สีชมพู ยาว 10 เมตร แล่นจากอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ รัฐนิว เซาธ์ เวลส์ เมื่อช่วงสายวันที่18 ต.ค. หวังทุบสถิติอายุน้อยที่สุดล่องเรือรอบโลกเพียงลำพังและไม่มีคนช่วย เธอคาดว่าจะใช้เวลา8เดือน จะผ่านทางเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ ฟิจิและซามัวรวมทั้งแหลมต่างๆทางใต้ของทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แม้ก่อนเริ่มล่าฝัน เธอถูกกระแสต่อต้านอย่างมากเพราะความอายุยังน้อยและด้อยประสบการณ์แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านพ้นมา แม้จะล่องเรือเดี่ยว แต่เธอยังติดต่อทีมงานผ่านทางวิทยุ อีเมล์และเวบบล็อก
สำนักข่าวเอพี รายงานว่าเจสสิกา วัตสัน นักเรียนหญิงชาวออสเตรเลีย วัย16ปี พาเรือยอชต์สีชมพู ยาว 10 เมตร แล่นจากอ่าวซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ รัฐนิว เซาธ์ เวลส์ เมื่อช่วงสายวันที่18 ต.ค. หวังทุบสถิติอายุน้อยที่สุดล่องเรือรอบโลกเพียงลำพังและไม่มีคนช่วย เธอคาดว่าจะใช้เวลา8เดือน จะผ่านทางเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ ฟิจิและซามัวรวมทั้งแหลมต่างๆทางใต้ของทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ แม้ก่อนเริ่มล่าฝัน เธอถูกกระแสต่อต้านอย่างมากเพราะความอายุยังน้อยและด้อยประสบการณ์แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านพ้นมา แม้จะล่องเรือเดี่ยว แต่เธอยังติดต่อทีมงานผ่านทางวิทยุ อีเมล์และเวบบล็อก
วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ฝากขังผลัดแรก มือฆ่าโหด ขอขมาศพดช.โช
ตร.นำตัวมือฆ่าโหด "ศิริพงษ์" ฝากขังที่ศาลอาญารัชดาพลัดแรก และค้านประกันตัว ชี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ช่วงสายจะจัดให้ขอขมาศพ ด.ช.โชผ่านภาพ ที่ สน.ตลิ่งชัน ... ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (15ต.ค.) ในเวลา 09.00 น. พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชันจะนำตัว นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญเมืองกรุง ฆ่าหั่นศพ ด.ช. โช มาคิโน อายุ 5 ขวบ และ น.ส.สุนันท์ สีสุวรรณ มาคิโน อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาผลัดแรก และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และคาดว่าผู้ต้องหาจะไม่ยื่นขอประกันตัว เนื่องจากจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประสานกับญาติ หรือเตรียมหลักทรัพย์ใดๆ โดยยอมรับการกระทำ และขอชดใช้กรรมเอง พร้อมทั้งแสดงเจตจำนง ขอขมาศพน้องโช แต่ตำรวจจะจัดให้ขอขมาภาพถ่ายของน้องโชแทน โดยจะจัดดำเนินการให้ที่ สน.ตลิ่งชัน ในช่วงสายวันนี้ส่วนความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเร่งสรุปสำนวน เพื่อส่งฟ้องศาลโดยเร็วที่สุด ภายใน 30 วัน นับจากนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางประเด็นที่ต้องสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องเวลาในการเสียชีวิต ที่ผู้ต้องหาให้การไม่ตรงกับรายงานของแพทย์อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (14 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประทุษกรรมบนรถแท็กซี่และสาธิตท่ายิงปืน ซึ่งนายสิริพงษ์ ถือปืนมือด้านขวา ก่อนสอดปืนไว้ที่ใต้แขนซ้ายแล้วยิงไปที่เบาะหลัง 14 นัด ทำให้นางสุนันท์ และ ด.ช.โชเสียชีวิต จากนั้นคุมตัวผู้ต้องหาไปประกอบคำรับสารภาพ 14 จุด โดยมี 5 จุดสำคัญ คือ จุดยิงเหยื่อทั้ง 2 ช่วง หลักกิโลเมตร 53 ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก และห่างออกไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นจุดทิ้งศพนางสุนันท์ ถัดไปเป็นที่พักบ้านเอื้ออาทร บางบัวทอง บ้านพักผู้ต้องหา ซึ่งได้นำร่างของ ด.ช.โช ไปชำแหละแยกชิ้นส่วนอำพรางคดี และจุดริมถนนราชพฤษ์ฝั่งมุ่งหน้าไปถนนเพชรเกษม ซึ่งนำถุงดำใส่ศพไปทิ้ง ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากมามุงดูเหตุการณ์ ความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของ ด.ญ.มิ้นท์ แพทย์โรงพยาบาลพระราม 9 ผ่าตัดบาดแผลจากคมกระสุนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คาดใช้เวลาพักฟื้น 2-3 สัปดาห์ จะหายเป็นปกติ ขณะที่ตลอดทั้งวันมีบุคคลใกล้ชิด เช่น นายสมบุญ จงนาวิไล พี่ชายของบิดาน้องมิ้นท์ เข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บ แต่ตำรวจไม่อนุญาต เพราะเกรงจะกระทบต่อรูปคดี เช่นเดียวกับนายเจา ไผ่ตระกาน หรือลุงโจ ที่น้องมิ้นท์ ต้องการพบหน้าเป็นคนแรกหลังมารดาเสียชีวิต เดินทางจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อเข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของน้องมิ้นท์ พร้อมกับระบุสาเหตุฆาตรกรรมนางสุนันท์และ ด.ช.โช เป็นเพราะผู้ต้องหาต้องการล้างหนี้ที่ยืมจากผู้ตายไปจำนวนมาก
หุ้นไทยวันนี้รีบาวน์ หลังวานนี้ดิ่งหนัก
เซียนหุ้นทำนายหุ้นไทยวันนี้รีบาวน์ หลังวานนี้ดิ่งหนักเหตุต่างชาติเทขายหนี รับอิทธิพลดาวโจนส์บวกแรง 144 จุด รับงบ บจ.Q3 ในสหรัฐฯ ดีกว่าคาดการณ์ แถมราคาน้ำมันในตลาดโลกบวกยืนเหนือ 75 เหรียญนายวิวัฒน์ เตชะพูนผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ทิสโก้ กล่าวถึงดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยช่วงเช้าวันนี้ (15 ต.ค.) ว่าจะอยู่ในลักษณะแกว่งตัว โดยจะรีบาวน์ในช่วงเปิดการซื้อขาย เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปิดบวกยกกระดานจากมุมมองที่ดีของนักลงทุนที่มีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ และผลประกอบการอันเป็นที่น่าพอใจของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ อาทิ บริษัทเจพีมอร์แกน และบริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ ปิดทะลุ 1 หมื่นจุด เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี นับตั้งแต่ 30 ต.ค.ปีที่แล้ว ทำให้ราคาน้ำมันดิบดีดทะลุ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับราคาทองคำยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะเดียวกันการที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวยังเป็นปัจจัยสนับสนุนบริษัทส่งออกสินค้าข้ามชาติทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ดัชนีฯปรับตัวลดลงกว่า 30 จุด ซึ่งเชื่อว่ายังคงเป็นปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีฯเพิ่มขึ้นอย่างมีข้อจำกัดโดยดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดที่ระดับ 10015.86 จุด เพิ่มขึ้น 144.80 จุด หรือ 1.47% ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เวลา 08:34 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 10,254.16 จุด เพิ่มขึ้น 193.95 จุด ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 10,194.91 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 10,060.21 จุด หรือ 1.93 % และดัชนี สเตรทไทม์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เวลา 08:02 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 2,736.92 จุด เพิ่มขึ้น 28.44 จุด ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 2,734.71 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 2,708.48 จุด หรือ 1.05 %ส่วนราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วง หน้าสัญญาส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา 75.18 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.03 ดอลลาร์ หรือ 1.39%กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีฯปรับลดลง และหากดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้น ให้ขายทำกำไร โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 715-720 จุด ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 740 จุด
ป้ายกำกับ:
หุ้นไทยวันนี้รีบาวน์ หลังวานนี้ดิ่งหนัก
ยุนายกฯดึง ปปช.-ดีเอสไอ-สตง. ปราบโกงพันธุ์ใหม่
พท.เย้ย สอบทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ยุนายกฯ เจ้าของกฎเหล็ก 9 ข้อ ดึง"ดีเอสไอ-ป.ป.ช.-สตง." ร่วมปราบโกงพันธุ์ใหม่ "การุณ" ระบุโจรยุคใหม่ ใส่สูทไม่มีอะไรฆ่าได้
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่รัฐสภา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร (กทม.) และประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานสำนักงานปราบโกงพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงการทุจริตโครงการของรัฐบาล โดยนายวิชาญกล่าวถึงการแถลงผลตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการ แพทย์และการทุจริตงานก่อสร้างตามโครงการเงินกู้ไทยเข้มแข็งของกระทรวง สาธารณสุข ว่า เป็นไปตามความคาดหมายของพรรคที่เชื่อตั้งแต่ต้นว่าการตรวจสอบจะออกมา คล้ายคลึงกับโครงการอื่นๆ เหมือนกับการใช้ผงซักฟอกสูตรสำเร็จ ฟอกขาวโครงการต่างๆของรัฐบาล เป็นการตั้งคณะกรรมการผงซักฟอกขึ้นมาโดยไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา คล้ายกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ที่มีเพียงปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้นที่ติดร่างแห ส่วนปลาตัวใหญ่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ พรรคเพื่อไทยมีข้อมูลรวมทั้งรายชื่อบุคคลที่ทุจริตอยู่ในมือระดับ หนึ่งแต่ยังไม่อยากปรักปรำ จะรอดูผลการสอบสวนก่อนว่าจะเป็นการสืบหาข้อเท็จจริงหรือแค่การฟอกขาว เท่านั้น นายวิชาญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่ามีหลายอย่างที่พัวพันกับบุคคลภายนอก และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จึงอยากให้รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็น นายกรัฐมนตรี และประกาศมาตรฐานตัวเองไว้สูงด้วยกฎเหล็ก 9 ข้อ ให้เข้ามาตรวจสอบการทุจริตอย่างรอบด้านด้วยการให้หน่วยงานภายนอกเช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ เพราะขณะนี้มันคือโรคร้ายที่ชื่อว่าเชื้อทุจริตสายพันธุ์ใหม่ไทยเข้มแข็ง "โครงการไทยเข้มแข็งส่อทุจริตแทบทุกกระทรวง โดยเฉพาะขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ประชาชนเห็นแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้บกพร่องและทุจริตอย่างไร ต้องโทษนักการเมืองที่เข้ามาก้าวก่าย ชี้นำ แทรกแซง แต่อยากให้กำลังใจข้าราชการให้ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อย่าลาออก อยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อทำความจริงให้กระจ่าง"นายวิชาญกล่าว“อนุ ดิษฐ์” ชัดรมว.เกษตรฯแก้ต่างข้าวปลอมปนสุดชุ่ย โยนความผิดให้ชาวนา แฉ เงื่อนงำเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งมอบครบจำนวนหน้าตาเฉยทั้งๆที่ในสต๊อกถูกน้ำ ท่วม ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวกรณี นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงยืนยันว่าไม่พบการปลอมปนในโครงการปลูกข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษที่จ. ยโสธร รวมทั้งระบุว่าพันธุ์ข้าวที่พบในแปลงนาตามที่เป็นข่าวนั้นอาจมาจากข้าวเรื้อ ของนาปลังและเครื่องเกี่ยวนวดว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ออกมาจากกรมการข้าวนั้นไม่มีการ ปลอมปน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและน่าสงสัยคือ การเติบโตที่ไม่พร้อมกัน การที่รัฐบาลออกมากล่าวเช่นนี้น่าสงสัยว่ากำลังปกป้องใครอยู่หรือไม่ รัฐบาลพยายามโยนปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นของเกษตรกร การแถลงของรัฐบาลเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกชาวนาอย่างมาก น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า อยากถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เห็นชาวนาโง่หรืออย่างไร เพราะถ้าเป็นไปตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจง ทำไมข้าวที่ปลอมปนอยู่จึงขึ้นอยู่ในกอต้นข้าวที่ชาวนาปักดำไว้ เพราะข้อเท็จจริงหากเป็นข้าวที่โตมาจากข้าวเรื้อก็ควรที่จะขึ้นกันอย่าง กระจัดกระจายในแปลงนามากกว่าที่จะขึ้นอยู่ในกอข้าว ประเด็นที่น่าสนใจคือ การแจกพันธุ์ข้าวที่จ.ยโสธรนั้น ส่วนหนึ่งมาจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จ.ร้อยเอ็ด ที่ได้จัดส่งให้กับโครงการเป็นจำนวน 24,000 กระสอบ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้ ลูกค้าจำนวนมากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้สั่งพันธุ์ข้าวจากสหกรณ์เพื่อการตลาดหรือสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า (สกต.) และ สกต.ก็สั่งซิ้ออีกต่อหนึ่งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจ.ร้อยเอ็ดจำนวน 10,000 กระสอบ แต่ปรากฎว่าศูนย์ดังกล่าวส่งมอบให้สกต.ได้เพียงแค่ 2,000 กระสอบ เนื่องจากในปี 2551 จ.ร้อยเอ็ดถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม จึงน่าสังเกตและน่าสงสัยเป็นอย่างมากว่า ศูนย์ดังกล่าวส่งมอบพันธุ์ข้าวให้กับโครงการเป็นจำนวนมากได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายธีระคงบริสุทธิ์ใจแต่อยากให้เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังกว่านี้ หรือลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ไม่ใช่เอาแต่คอยนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างฟังรายงาน สุดท้ายก็โยนภาระความรับผิดชอบให้กับชาวนา พรรคเพื่อไทยเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นและขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เป็นก ลางเข้ามาร่วมตรวจสอบ โดยภายในสัปดาห์นี้คณะทำงานจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการเกษตร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามการทุจริตในโครงการนี้ต่อไปขณะที่นายการุณกล่าวว่า ความผิดปกติในการปลอมปนต้นข้าวลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นอีกในหลายอำเภอของ จ.ยโสธร กินเนื้อที่ราว 2-3 แสนไร่ ทำลายอย่างไรก็ไม่หมด อีกทั้งมารดาของตนก็เป็นชาวยโสธร มีอาชีพปลูกข้าวมายาวนานเกือบทั้งชีวิต เจอภัยพิบัติต่างๆนานาทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง ก็ยังสามารถผ่านมาได้หมด แต่ขณะนี้ต้องมาเจอกับศัตรูพืชใส่สูทที่ไม่มีอะไรฆ่าได้ แม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงอยากให้สื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่กับคณะทำงานของพรรคและนำขั้อเท็จ จริงมาตีแผ่ต่อไป นอกจากนี้อยากทราบด้วยว่านายกรัฐมนตรีจะมีมาตรฐานต่อปัญหาเรื่องข้าวปลอมปน นี้อย่างไร
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่รัฐสภา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร (กทม.) และประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานสำนักงานปราบโกงพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงการทุจริตโครงการของรัฐบาล โดยนายวิชาญกล่าวถึงการแถลงผลตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการ แพทย์และการทุจริตงานก่อสร้างตามโครงการเงินกู้ไทยเข้มแข็งของกระทรวง สาธารณสุข ว่า เป็นไปตามความคาดหมายของพรรคที่เชื่อตั้งแต่ต้นว่าการตรวจสอบจะออกมา คล้ายคลึงกับโครงการอื่นๆ เหมือนกับการใช้ผงซักฟอกสูตรสำเร็จ ฟอกขาวโครงการต่างๆของรัฐบาล เป็นการตั้งคณะกรรมการผงซักฟอกขึ้นมาโดยไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา คล้ายกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ที่มีเพียงปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้นที่ติดร่างแห ส่วนปลาตัวใหญ่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ พรรคเพื่อไทยมีข้อมูลรวมทั้งรายชื่อบุคคลที่ทุจริตอยู่ในมือระดับ หนึ่งแต่ยังไม่อยากปรักปรำ จะรอดูผลการสอบสวนก่อนว่าจะเป็นการสืบหาข้อเท็จจริงหรือแค่การฟอกขาว เท่านั้น นายวิชาญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่ามีหลายอย่างที่พัวพันกับบุคคลภายนอก และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ จึงอยากให้รัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็น นายกรัฐมนตรี และประกาศมาตรฐานตัวเองไว้สูงด้วยกฎเหล็ก 9 ข้อ ให้เข้ามาตรวจสอบการทุจริตอย่างรอบด้านด้วยการให้หน่วยงานภายนอกเช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาตรวจสอบ เพราะขณะนี้มันคือโรคร้ายที่ชื่อว่าเชื้อทุจริตสายพันธุ์ใหม่ไทยเข้มแข็ง "โครงการไทยเข้มแข็งส่อทุจริตแทบทุกกระทรวง โดยเฉพาะขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ประชาชนเห็นแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้บกพร่องและทุจริตอย่างไร ต้องโทษนักการเมืองที่เข้ามาก้าวก่าย ชี้นำ แทรกแซง แต่อยากให้กำลังใจข้าราชการให้ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะเชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อย่าลาออก อยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อทำความจริงให้กระจ่าง"นายวิชาญกล่าว“อนุ ดิษฐ์” ชัดรมว.เกษตรฯแก้ต่างข้าวปลอมปนสุดชุ่ย โยนความผิดให้ชาวนา แฉ เงื่อนงำเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งมอบครบจำนวนหน้าตาเฉยทั้งๆที่ในสต๊อกถูกน้ำ ท่วม ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวกรณี นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงยืนยันว่าไม่พบการปลอมปนในโครงการปลูกข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษที่จ. ยโสธร รวมทั้งระบุว่าพันธุ์ข้าวที่พบในแปลงนาตามที่เป็นข่าวนั้นอาจมาจากข้าวเรื้อ ของนาปลังและเครื่องเกี่ยวนวดว่า พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ออกมาจากกรมการข้าวนั้นไม่มีการ ปลอมปน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและน่าสงสัยคือ การเติบโตที่ไม่พร้อมกัน การที่รัฐบาลออกมากล่าวเช่นนี้น่าสงสัยว่ากำลังปกป้องใครอยู่หรือไม่ รัฐบาลพยายามโยนปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นของเกษตรกร การแถลงของรัฐบาลเช่นนี้ถือเป็นการดูถูกชาวนาอย่างมาก น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า อยากถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เห็นชาวนาโง่หรืออย่างไร เพราะถ้าเป็นไปตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจง ทำไมข้าวที่ปลอมปนอยู่จึงขึ้นอยู่ในกอต้นข้าวที่ชาวนาปักดำไว้ เพราะข้อเท็จจริงหากเป็นข้าวที่โตมาจากข้าวเรื้อก็ควรที่จะขึ้นกันอย่าง กระจัดกระจายในแปลงนามากกว่าที่จะขึ้นอยู่ในกอข้าว ประเด็นที่น่าสนใจคือ การแจกพันธุ์ข้าวที่จ.ยโสธรนั้น ส่วนหนึ่งมาจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จ.ร้อยเอ็ด ที่ได้จัดส่งให้กับโครงการเป็นจำนวน 24,000 กระสอบ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้ ลูกค้าจำนวนมากของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้สั่งพันธุ์ข้าวจากสหกรณ์เพื่อการตลาดหรือสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า (สกต.) และ สกต.ก็สั่งซิ้ออีกต่อหนึ่งจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจ.ร้อยเอ็ดจำนวน 10,000 กระสอบ แต่ปรากฎว่าศูนย์ดังกล่าวส่งมอบให้สกต.ได้เพียงแค่ 2,000 กระสอบ เนื่องจากในปี 2551 จ.ร้อยเอ็ดถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วม จึงน่าสังเกตและน่าสงสัยเป็นอย่างมากว่า ศูนย์ดังกล่าวส่งมอบพันธุ์ข้าวให้กับโครงการเป็นจำนวนมากได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายธีระคงบริสุทธิ์ใจแต่อยากให้เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังกว่านี้ หรือลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ไม่ใช่เอาแต่คอยนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างฟังรายงาน สุดท้ายก็โยนภาระความรับผิดชอบให้กับชาวนา พรรคเพื่อไทยเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นและขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เป็นก ลางเข้ามาร่วมตรวจสอบ โดยภายในสัปดาห์นี้คณะทำงานจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการเกษตร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามการทุจริตในโครงการนี้ต่อไปขณะที่นายการุณกล่าวว่า ความผิดปกติในการปลอมปนต้นข้าวลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นอีกในหลายอำเภอของ จ.ยโสธร กินเนื้อที่ราว 2-3 แสนไร่ ทำลายอย่างไรก็ไม่หมด อีกทั้งมารดาของตนก็เป็นชาวยโสธร มีอาชีพปลูกข้าวมายาวนานเกือบทั้งชีวิต เจอภัยพิบัติต่างๆนานาทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง ก็ยังสามารถผ่านมาได้หมด แต่ขณะนี้ต้องมาเจอกับศัตรูพืชใส่สูทที่ไม่มีอะไรฆ่าได้ แม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงอยากให้สื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่กับคณะทำงานของพรรคและนำขั้อเท็จ จริงมาตีแผ่ต่อไป นอกจากนี้อยากทราบด้วยว่านายกรัฐมนตรีจะมีมาตรฐานต่อปัญหาเรื่องข้าวปลอมปน นี้อย่างไร
ส.อ.ท.หนุนรัฐแก้กม.สิ่งแวดล้อม
ส.อ.ท.หนุนรัฐแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมพร้อมให้การยกร่างประกาศคณะกรรมการสิ่ง แวดล้อมแห่งชาติมีสาระที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ EIA และ HIA ไม่ต่างไปจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 และพร้อมน้อมรับคำพิพากษาของศาลปกครองเมื่อวันที่ 14 ต.ค.นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. เห็นด้วยกับการที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ..... เพราะเนื้อหาครอบคลุมตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ที่กำหนดไว้ ซึ่ง ส.อ.ท.ต้องการให้เร่งนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม คาดว่า ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.ปีหน้าประธานส.อ.ท. กล่าวต่อว่า ในระหว่างที่รอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ..... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข ไปยกร่างประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีข้อกำหนดในการดูแลทั้งที่เกี่ยวกับการจัดทำผลการศึกษาผลกระทบสิ่ง แวดล้อม (EIA) และการจัดทำผลกระทบทางด้านสุขภาพ (HIA) ให้แล้วเสร็จภายใน 3 สัปดาห์นั้น ทาง ส.อ.ท.ต้องการให้มีเนื้อหาสาระของกฎหมายเช่นเดียวกันกับที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ไปด้วย เพื่อไม่ให้ถูกมองว่า รัฐเข้าข้างภาคอุตสาหกรรม และภาคเอกชนที่ตั้งโรงงานส่วนการพิจารณา ของศาลปกครองที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นให้ระงับ 76 โครงการลงทุนในมาบตาพุด ซึ่งทางการได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว ส่วนการที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน รวมถึงสภาทนายความ จะยื่นคัดค้านคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครองนั้น เห็นว่า เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม ทางภาคอุตสาหกรรมจะรอคำพิพากษาของศาล และน้อมรับปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะถึงอย่างไรแล้ว ภาคอุตสาหกรรมทั้งประเทศ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 อยู่แล้วนายสันติ กล่าวถึงการตั้งกองทุน 100,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากคำสั่งศาลปกครองกลางจังหวัดระยอง ที่ให้ระงับโครงการ หรือกิจกรรมทั้ง 76 ที่มาบตาพุดว่า ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครอง และประเมินความเสียหายหากต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล ซึ่งขณะนี้แต่ละโครงการได้เตรียมการประเมินผลกระทบอยู่แล้ว
พรทิวาสั่งกรมการค้าภายใน จัดทำ "1 อบต. 1 ยุ้งฉาง"
ก.พาณิชย์ หวังช่วยเกษตรกรให้มีที่เก็บสินค้าเกษตร ชะลอการขาย ไม่ถูกกดราคารับซื้อ พร้อมเร่งประชาพิจารณ์กฎหมายค้าปลีก เสนอครม.ก่อน 15 พ.ย.นี้ จี้ผู้บริหารกระทรวงทุกคนรู้เรื่องประกันราคา เพื่อช่วยรัฐประชาสัมพันธ์ หลังเกษตรกรรู้น้อย เมื่อวันที่ 14 ต.ค.นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายการทำงานใหม่ให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งจัดทำโครงการ 1 อบต. 1 ยุ้งฉาง/โรงสี/ธนาคารข้าว โดยให้แต่ละตำบลมียุ้งฉาง หรือโรงสี หรือธนาคารข้าว เพื่อเก็บข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อชะลอการขาย เพราะปัจจุบัน ชาวนาไม่มีที่เก็บข้าว หลังการเก็บเกี่ยวแล้วต้องเร่งขาย ทั้งๆ ที่ยังมีความชื้นอยู่มาก จึงถูกกดราคารับซื้อ คาดจะใช้เงินก่อนสร้างแห่งละไม่เกิน 500,000 บาท เน้นในพื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวนอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งรัดการทำประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ประกอบ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกพ.ศ.... ที่กำหนดจะทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ 9 ครั้ง และได้ดำเนินการไปแล้ว 2 ครั้ง เพื่อจะได้นำสิ่งที่ทุกภาคส่วนเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมาย ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในไม่เกินวันที่ 15 พ.ย.นี้ ตามนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และเข้าสู่กระบวนการออกกฎหมายต่อไป นางพรทิวา กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ทุกคน ทั้งปลัดกระทรวง รองปลัด และอธิบดีทุกกรม จะต้องมีความรู้ และเข้าใจเรื่องสินค้าเกษตรเป็นอย่างดี โดยเฉพาะโครงการประกันราคาสินค้าเกษตรของรัฐบาล รวมถึงการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไม่ใช่รู้เฉพาะงานของตัวเองเท่านั้น รวมถึงให้แต่ละกรม ส่งข้าราชการรุ่นใหม่เป็นอาสาสมัครออกประชาสัมพันธ์โครงการประกันราคา และเออีซี ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เข้าร่วมโครงการ และเตรียมพร้อมรองรับการเปิดเสรี จากปัจจุบัน ที่ยังมีการรับรู้น้อยมาก
'หมิง' เซ็งถูกด่ามือที่ 3 'แอฟ-หมวดอ๋อ' ปัดเรื่องมาก
อยู่ดีๆดาราสาว หมิง-ชาลิสา บุญครองทรัพย์ ก็งานเข้าเต็มๆ เมื่อมีข่าวเม้าท์สนั่นว่า หมวดอ๋อ-ร.ต.ท. ยุทธวัน รัตนะพร อดีตหวานใจของนางเอกสาว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ โผล่ไปให้กำลังใจ หมิง ที่เป็นหนึ่งในผู้แข่งขันเวทีซูเปอร์สตาร์ แถมยังนั่งคุยกับคุณแม่ของ หมิง อยู่ข้างๆซะด้วย กลายเป็นว่าข่าว หมิง เป็นมือที่ 3 แอฟ-หมวดอ๋อ กลับมาอีกรอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เจ้าตัวเลยเปิดใจถึงข่าวด้วยน้ำเสียงสุดเซ็งในงานเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่บำรุงผิวผู้ชายของ Harnn ที่สยามพารากอนว่า "หมิงไม่ทราบว่าเค้าไปหรือเปล่า แต่ถ้าเค้าไปเค้าไม่ได้ไปเชียร์หมิงแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ หมิงไม่ได้ติดต่อเขามานานมากๆแล้ว" โทรชวนมั้ย? "ไม่เลยค่ะ คือเราเหมือนขาดการติดต่อมานานมากแล้ว (นานแค่ไหน?) ไม่นับเป็นเดือน นับเป็นปีดีกว่าค่ะ" แต่กลายเป็นว่าเป็นมือที่ 3 ทำให้เค้ามีปัญหากัน? "อันนี้เซ็งมาก หมิงไม่เข้าใจว่าต่อจากนี้เรื่องราวในตัวหมิงมันจะต้องมีชื่อเค้ามาติดตัวไปตลอด มันไม่เกี่ยวอะไรกับหมิงเลย ไม่ว่าชีวิตเค้าจะเป็นยังไง จะรักจะเลิกมันไม่เกี่ยวกับหมิงเลย ถ้าทุกคนอยากจะรู้ควรจะถามจากปากเขาว่าไปทำไม ไปเชียร์ใคร แต่อย่างที่บอกล้านเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ไปเชียร์หมิงแน่นอน" คนเห็นหมวดอ๋อนั่งคุยกับคุณแม่หมิง? "เอางี้ ถ้าคนเห็นนั่งกับคุณแม่หมิงให้ถ่ายรูปมา เพราะคุณแม่หมิงนั่งอยู่กับอาจารย์ปิง ดาวองซ์ และก็พี่สาวหมิงแค่นั้น ไม่ได้นั่งกับใครเลย" ที่เราไม่ติดต่อเค้าเลยเป็นเพราะเราปิดโอกาสเค้ารึเปล่า? "มันไม่ต้องใช้คำว่าเปิดโอกาสเลย เพราะมันไม่ได้มีโอกาสที่จะอะไรแบบนี้ มันเป็นประเด็นที่กลายเป็นประเด็นของสังคมไปเลย ซึ่งมันไม่ใช่" ดูซีเรียส? "ตอนนี้ชีวิตหมิงแฮปปี้มาก แต่อยู่ดีๆ แล้วเหมือนมีใครมาโยนก้อนหินทำให้สะดุด มันเครียดนะ" คนมองหมิงกลายเป็นมือที่ 3 ทุกคู่? "แปะอยู่บนหน้าผากแล้วนี่คะ หมิงว่าการที่เราอยู่ตรงนี้จริงๆ แล้วหมิงเข้าใจว่าคนรักกันเลิกกัน บางทีต้องหาจำเลย แต่บางทีอยู่ดีๆมองหาใครไม่เจอแล้วมาเจอหมิง ก็เห็นใจกันหน่อย คนที่โดนว่าทุกวันนี้ก็คือหมิง เพราะทุกคนก็เชื่อตามที่ข่าวเขียน หมิงเป็นคนรับทุกอย่างทั้งๆที่หมิงไม่ได้ทำมันหมิงอยากให้มันออกไปจากชีวิตหมิงซะที มันอยู่ในชีวิตหมิงมานานมากเกินไปแล้ว"มีข่าวเม้าท์จากเวทีซูเปอร์สตาร์ว่าเป็นคนเรื่องมากที่สุด? "ไม่จริงเลยค่ะ (หัวเราะ) คือหมิงเพิ่งไปต่างประเทศกลับมา พอว่างปุ๊บหมิงก็ขอซ้อมเลย ไม่มีเรื่องมาก อยากจะซ้อมกับเพื่อนๆเพราะเราอยู่กันเป็นทีม ถ้าเราเสีย ทีมเสีย เราก็ต้องรู้สึกไม่ดี (เข้ากับเพื่อนๆดาราได้ดีทุกคน?) ทุกคนค่ะ" รู้สึกว่ามีศัตรูในวงการหรือเปล่า? "ศัตรูหมิงเชื่อว่าทุกคนต้องมี แต่หมิงก็ไม่ได้คิดว่าไปทำกลับกับใคร หมิงเชื่อว่าความจริงสักวันมันก็ต้องรู้ ถ้าคนไม่รู้หมิงก็ขอแค่คนรอบข้างหมิงรู้ก็พอแล้ว"
นานา' ชวนลุ้นวินเนอร์ 'คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส ซีซั่น 2'
ค้นหาสาวมั่นมากความสามารถด้วยการจัดเรียลลิตี้เกมส์กับดาราสาวสุดฮอต คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส 2008 จนประสบความสำเร็จ มาปีนี้ บริษัท อมรวิชั่น (บางกอก) จำกัด และ บริษัท คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส จำกัด เลยจัด คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส ซีซั่น 2 ค้นหาสาวรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ บุคลิกภาพดี และมีใจรักรถ ชิงเงินรางวัล 1 แสนบาท พร้อมของรางวัลอีกมากมายมูลค่ากว่า 3 แสนบาทวรรณภา ตั้งบรรยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรวิชั่น (บางกอก) จำกัด และบริษัท คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส จำกัด และ นานา ไรบีน่า กรรมการบริหาร บริษัท คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส จำกัด กล่าวว่า "เนื่องในโอกาสครบรอบ 9 ปี ของรายการ ฅ.คนรักรถ ซึ่งตลอดมารายการมีกระแสความนิยมเป็นอันดับหนึ่งจากผู้ชมรายการทั่วประเทศที่ชื่นชอบและมีใจรักเรื่องของรถยนต์ เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำแห่งวงการรถยนต์ และย้ำความสำเร็จกับโครงการค้นหาสาวสวยมากความมั่นในกับกิจกรรมคาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส 2008 จึงทำให้เกิดโครงการคาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส ซีซั่น 2 ขึ้น ซึ่งเป็นกิจกรรมเรียลลิตี้เกมกับดาราสาวสวย โดยคัดเลือกตัวแทนสาวสวยรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ บุคลิกดี มีใจรักรถ และมีความสามารถรอบด้าน เพื่อสร้างให้สาวมั่นเหล่านี้เป็นที่ยอมรับในสังคม ร่วมทำกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถหลากหลายรูปแบบ บวกกับการใช้ความรู้ ความสามารถทักษะต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ควบคู่กันไป อีกทั้งเป็นการวัดไหวพริบของเหล่าสาวสวยทั้งหลายในการร่วมทำกิจกรรมอีกด้วย"สำหรับกิจกรรมในปีนี้ สาวๆที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้ง 5 คน ทั้ง มิ้น-นวินดา เบอร์ต๊อตตี้, อ้อน-สายทอง ไทยยิ่ง, ซาร่า-สิรินาฎ เบรทซ์เค่ , นิดา-วนิดา โกลเทน และ เบียร์-นิธินันท์ คูณสินศรัณย์ ต้องจับคู่กับ 5 ดาราสาวสุดฮอต แอน-อลิชา ไล่สัตรูไกล, ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา, เจน-เจนสุดา ปานโต, แพง-ขวัญข้าว เศวตวิมล และ โอซา แวง เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมแข่งขันทั้ง 4 กิจกรรม คือ Auto Technic กิจกรรมการเรียนรู้พื้นฐาน การดูแลรักษารถยนต์, Idea On Car กิจกรรมการออกแบบตกแต่งยามาฮ่าฟีโน่, Driving Safe Ex' กิจกรรมการขับขี่ให้ปลอดภัยและถูกต้อง โดยมีคุณณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ เป็นวิทยากรแนะนำ ซึ่งในกิจกรรมนี้จะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ด่าน คือ ด่านเบรก การเบรกในระยะที่ปลอดภัย, ด่านจิมคาร์นา การขับหลบสิ่งกีดขวาง และด่านเจเทิร์น การเลี้ยวรถกลับในทันที และกิจกรรมสุดท้าย Emergency Trick ผู้เข้าแข่งขันต้องขับรถไปตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อค้นหาบัตรกำนัลเงินสด 100 ใบ และขับรถไปให้ถึงที่หมายได้ตามกำหนด ผู้ทำภารกิจได้สำเร็จทุกกิจกรรมจะได้รับตำแหน่ง เดอะ วินเนอร์ คาร์เลิฟเวอร์เกิร์ลส ซีซั่น 2 รับรางวัลเงินสด 1 แสนบาท พร้อมของรางวัลอื่นๆ มูลค่ากว่า 3 แสนบาท ส่วนใครสนใจทายผลตำแหน่งเดอะวินเนอร์ลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 2,000 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายไปรษณียบัตรทายผลหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-513-8337 หรือ www.carlovergirls.com และติดตามการแข่งขันค้นหาสาวมั่นมากความสามารถได้ในรายการ ฅ.คนรักรถ ทางช่อง 5 ทุกคืนวันจันทร์ 23.00 - 23.30 น.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)