วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทอท.ทุ่ม500ล.ซื้อรถเข็นสุวรรณภูมิ

บอร์ด ทอท. ทุ่มงบประมาณ 500 ล้านบาท ซื้อรถเข็นกระเป๋า 9,000 คัน ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมเดินหน้าขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 45 ล้านคนต่อปี ...นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมบอร์ด ทอท. ว่า ที่ประชุมบอร์ด ทอท.มีมติเห็นชอบให้ ทอท.อนุมัติให้จัดจ้างบริษัท เอพี เมนเนจเม้นท์ จำกัด ให้บริการรถเข็นกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตามที่คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ งานจ้างผู้ให้บริการรถเข็นกระเป๋า พิจารณา ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้มีหนังสือเชิญบริษัทผู้ผลิตรถเข็นกระเป๋าชั้นนำ 3 อันดับแรกของโลกเข้ายื่นข้อเสนอประกอบด้วย Smart Carte, Wanzl และ Expresso ซึ่งปรากฏว่าบริษัทผู้ผลิตรถเข็นกระเป๋าในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ Wanzl และ Expresso ได้มอบหมายให้บริษัทผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยเข้ายื่นเสนอราคากับ ทอท. ผลปรากฎว่าบริษัท เอพี เมนเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถเข็นกระเป๋า Wanzl ในประเทศไทย เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นคู่สัญญากับ ทอท.ในงานจัดจ้างให้บริการรถเข็นกระเป๋า ที่สนามบินสุวรรณภูมิในครั้งนี้ โดย ทอท.จะดำเนินการจ้างบริษัท ให้บริการรถเข็นกระเป๋า สนามบินสุวรรณภูมิประกอบด้วยรถเข็นกระเป๋าขนาดเล็ก 2,000 คัน ขนาดกลาง 7,000 คัน และขนาดใหญ่ 34 คัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 9,034 คัน มีกำหนดเวลา 7 ปี อัตราค่าจ้างเป็นเงิน 566,244,000.- บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) กำหนดส่งมอบงานภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตามรถเข็นกระเป๋ายี่ห้อ Wanzl ที่บริษัท จะจัดส่งให้ ทอท.เป็นที่นิยมใช้กันในท่าอากาศยานชั้นนำของโลก ทำด้วยวัสดุอลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง ล้อหน้ามีก้านสำหรับยึดติดกับทางลาดเลื่อน สามารถรับน้ำหนักกรณีวางกระเป๋าซ้อนกันได้ดี รวมทั้งจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุม และตรวจนับรถเข็นกระเป๋าชนิดอิเล็กทรอนิค (RFID) ที่รถเข็นกระเป๋าดังกล่าวทุกคัน เพื่อป้องกันการสูญหายของรถเข็นกระเป๋า นอกจากนี้บริษัท ยังมีหน้าที่ในการจัดการดูแลรถเข็นกระเป๋าให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสมตลอดระยะการใช้งาน และนำเอารถเข็นกระเป๋าที่ใช้งานแล้วไปจัดเก็บในพื้นที่ที่กำหนดไว้ด้วย ทั้งนี้ คณะกรรมการ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อ ทอท.เพื่อเจรจากับบริษัทฯ ในการส่งมอบรถเข็นกระเป๋างวดแรกให้ ทอท.ใช้งานก่อนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 จำนวน 4,500 คัน เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปี 2552 นี้ นายปิยะพันธ์ กล่าวต่อว่า บอร์ด ทอท. ยังได้มีมติเห็นชอบให้ ทอท. ดำเนินการในโครงการก่อสร้างกลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในปีงบประมาณ 2553 - 2556 วงเงินรวม 9,133.520 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารโดยรวมของ ทสภ.จาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 65 ล้านคนต่อปี ทั้งนี้ในการก่อสร้างกลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ที่เกี่ยวข้อง จะมีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคนต่อปี รวมถึงปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร จากเดิม รองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 33 ล้านคนต่อปี ผู้โดยสารภายในประเทศ 12 ล้านคนต่อปี เป็น รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว 45 ล้านคนต่อปี ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลารวม 4 ปี (ปีงบประมาณ 2553 - 2556) แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2556 และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารภายในประเทศได้จนถึงปี พ.ศ.2562 โดยหลังจากที่บอร์ด ทอท.เห็นชอบแล้ว ทอท.จะเสนอแผนลงทุน ไปที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) เพื่อขออนุมัติ ครม.ต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น